เกือบทุกจังหวัดภาคใต้ยังเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่ได้

เกือบทุกจังหวัดภาคใต้ยังเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่ได้

เกือบทุกจังหวัดภาคใต้ยังเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่ได้

รูปข่าว : เกือบทุกจังหวัดภาคใต้ยังเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่ได้

เกือบทุกจังหวัดภาคใต้ยังเปิดรับสมัคร ส.ส.ไม่ได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้ ต้องประกาศยกเลิกการรับสมัครเป็นวันที่ 2 หลังถูกกลุ่ม กปปส. ขัดขวางไม่ให้ตัวแทนจากพรรคการเมือง เข้ายื่นใบสมัคร ด้วยการปิดล้อม และ นำกุญแจไปล๊อคประตูทางเข้า-ออก

กลุ่มกปปส.จังหวัดภูเก็ต รวมตัวเฝ้าหน้าประตูทางเข้าออก สถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเป็นวันที่ 2 โดยเกิดการชุลมุนเล็กน้อย เมื่อแกนนำไม่พอใจที่นายจิรายุส ทรงยศ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย เข้าไปยื่นใบสมัคร แต่ก็ได้รับคำชี้แจงว่า เป็นเพียงมาขอใบสมัครเท่านั้น

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังกลุ่มผู้ชุมนุมใช้โซ่คล้องประตู ล๊อกกุญแจโรงยิมส์ สนามกีฬากลางสุราษฎร์ธานี สถานที่รับสมัคร ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไม่ได้ จนต้องประกาศยุติการรับสมัคร ขณะที่ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ทั้ง 6 เขต เข้าแจ้งความกับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดทั้ง จ.สงขลา จ.พัทลุง จ.กระบี่ นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง ที่กลุ่ม กปปส. พากันปิดทางเข้าออกสถานที่รับสมัคร โดยเฉพาะ จ.ตรัง ประธานคณะกรรมกการประจำเขตเลือกตั้ง ทั้ง 4 เขต ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออก โดยให้เหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว

ส่วนบรรยากาศการรับสมัคร ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา ตลอด 2 วันที่ผ่านมา มีผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย มาสมัครเพียงพรรคเดียว กกต.เชื่อว่า การที่กลุ่ม กปปส.ไม่มีท่าทีปิดล้อมสถานที่รับสมัคร ทำให้สถานการณ์การเมืองผ่อนคลายลง

เช่นเดียวกับ จ.กาฬสินธ์ จ.ยโสธร จ.สุรินทร์ และ จ.บึงกาฬ ที่ผู้สมัครส่วนใหญ่ยังคงเป็นพรรคเพื่อไทย ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.เป็นเพียงการแสดงออกเชิงสัญลักษ์  เช่นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่จัดเวทีปราศัยโจมตีรัฐบาล และ คัดค้านการจัดการเลือกตั้ง ใกล้กับสถานที่รับสมัคร แต่ไม่มีการบุกเข้ามาปิดล้อมแต่อย่างใด

ส่วนภาคเหนือบรรยากาศการรับสมัคร ในหลายจังหวัดก็คึกคัก ซึ่งผู้สมัครยังคงมาจากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ทั้งที่ จ.พิจิตร จ.ลำปาง และ จ.แพร่ โดยผู้สมัครมีทั้งหน้าใหม่ และผู้ที่เพิ่งพ้นจากการถูกตัดสิทธิ์ เช่น นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่เคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หรือ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ก็เดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.แพร่

ภาคกลางที่ จ.อ่างทอง นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ได้นำนายภราดร และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล บุตรชาย 2 คน เดินทางมายื่นใบสมัคร ในนามของพรรคชาติไทยพัฒนา ท่ามกลางผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจจำนวนมาก โดยไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น

ส่วนที่ จ.อุทัยธานี นายเดชา คงคา และ นายสุภาพ โต๋วสัจจา ซึ่งเป็นผู้สมัคร 2 คนแรก ในนามพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปสมัครรับเลือกตั้ง โดย กกต.ก็ยืนยันมีความพร้อมการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้


กลับขึ้นด้านบน