กบข.ลุยลงทุนต่างประเทศกระจายเสี่ยง

กบข.ลุยลงทุนต่างประเทศกระจายเสี่ยง

กบข.ลุยลงทุนต่างประเทศกระจายเสี่ยง

รูปข่าว : กบข.ลุยลงทุนต่างประเทศกระจายเสี่ยง

กบข.ลุยลงทุนต่างประเทศกระจายเสี่ยง

"โสภาวดี เลิศมนัสชัย" คาดผลตอบแทนจากการลงทุนของ กบข.ปี 53 ไม่สูงเท่าปีก่อนที่มีผลตอบแทน 8.9% เพราะว่าเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้น และมีปัจจัยเสี่ยงจากการเมือง เตรียมขยับสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเป็น 13%เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง โดยจะเน้นลงทุนในประเทศแถบเอเชีย ขณะเดียวกัน ประกาศวิสัยทัศน์เร่งปรับปรุงองค์กรรให้เป็นองค์กรแห่งธรรมาภิบาลนางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า คาดว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในปี 2553 จะไม่สูงเท่าในปี 2552 ที่มีผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 8.9% ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นของปีที่แล้วซึ่งดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 50-70% ขณะที่ปีนี้ตลาดยังมีความผันผวน และดัชนีตลาดหุ้นไทยคงไม่ปรับขึ้นเท่าปีก่อน รวมทั้งยังมีปัญหาเรื่องการเมืองในประเทศ ที่อาจกระทบต่อการลงทุน ทำให้ กบข.จึงหันมากระจายความเสี่ยง และการหาผลตอบแทนในตราสารใหม่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ กบข.มีแผนเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากปัจจุบันอยู่ที่ 13% จากเพดานที่เปิดให้ลงทุนได้ 25% โดยจะเน้นลงทุนในประเทศภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจมีการเติบโตสูง ซึ่งจะลงทุนทั้งในอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานผ่านกองทุนส่วนบุคคล และจะได้เสนอต่อคณะกรรมการ กบข.อนุมัติก่อน ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างการศึกษาและสนใจที่จะลงทุนในประเภททองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านกองทุน เนื่องจากในปัจจุบัน กบข.ยังไม่สามารถลงทุนได้โดยตรง

ส่วนการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำเงินไปลงทุนต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นนั้น โดยปกติแล้ว กบข.มีเพดานที่จะลงทุนต่างประเทศได้ 25% แต่การลงทุนต่างประเทศต้องติดตามภาวะตลาดที่เหมาะสม เนื่องจากแต่ละประเทศมีความเสี่ยงและมีผลตอบแทนที่แตกต่างกันไป ซึ่ง กบข.มีเป้าหมายบริหารเงินกองทุนของสมาชิกให้สูงกว่าเงินเฟ้อ และต้องการให้สมาชิกมองการบริหารเงินเป็นระยะยาวมากขึ้น

นางสาวโสภาวดี กล่าวว่า กบข.ได้เพิ่มทางเลือกการลงทุนให้สมาชิก โดยการเลือกโปรแกรมการลงทุนได้เองตามความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เช่น สมาชิกที่ใกล้เกษียณอายุ อาจเลือกลงทุนในตลาดตราสารหนี้ หรือตลาดเงิน ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่า ส่วนสมาชิกใหม่อาจเลือกลงทุนในตราสารทุนที่มีผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงก็อาจจะสูงเช่นกัน

สำหรับภารกิจเร่งด่วนภายหลังจากการเข้ามารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คือการปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้เป็นองค์กรแห่งธรรมาภิบาลที่สมาชิกมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจรวมถึงสังคมทั่วไปมองกบข.เป็นองค์กรต้นแบบ

แห่งธรรมาภิบาล โดยในส่วนภารกิจภายใน พนักงานและผู้บริหารทุกคนต้องยึดหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนห้ามซื้อขายหุ้นโดยเด็ดขาด

ขณะที่การดำเนินงานใดๆ ต่อไปนี้ต้องยึดแนวนโยบายที่ชัดเจนว่า ผลประโยชน์สมาชิกต้องมาก่อน รวมทั้งการตัดสินใจการลงทุนใดๆ ต้องมีการศึกษาให้รอบคอบ วิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงให้ดี พร้อมทั้งปรับแผนการลงทุนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆ อยู่เสมอ ขณะเดียวกันต้องหาช่องทางการลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ๆ ให้มากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง รักษาสมดุลของเป้าหมาย ผลตอบแทนระยะยาวกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวให้กับสมาชิก

ส่วนทางด้านภารกิจภายนอกนั้น จะส่งเสริมการนำหลักการเป็นองค์กรแห่งธรรมาภิบาลที่ดีเข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงานและบริหารกิจการโดยจะยึดหลักในธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ และหลักปฎิบัติที่เกี่ยวข้องทั้งตัวองค์กรและพนักงานในทุกระดับชั้น รวมทั้งการแสดงออกซึ่งสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งในฐานะนักลงทุนสถาบันหลักของประเทศและในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทที่กบข.ร่วมลงทุน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักลงทุน


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน