“สภาล่ม” จิตสำนึกเท่านั้นจะแก้ได้

“สภาล่ม” จิตสำนึกเท่านั้นจะแก้ได้

“สภาล่ม” จิตสำนึกเท่านั้นจะแก้ได้

รูปข่าว : “สภาล่ม” จิตสำนึกเท่านั้นจะแก้ได้

“สภาล่ม” จิตสำนึกเท่านั้นจะแก้ได้

ปัญหาสภาล่ม ที่แม้ประธานสภาผู้แทนราษฎร วิปรัฐบาล หรือวิปฝ่ายค้าน จะหารือร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไข ทั้งการเลื่อนประชุมให้เช้าขึ้น ขอความร่วมมือให้นัดวันประชุมคณะกรรมาธิการไม่ให้ตรงกับวันประชุมสภา รวมทั้งมาตรการทางสังคม และทางกฎหมาย แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ เว้นแต่จิตสำนึกความเป็นผู้แทนราษฎรเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ และเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะแก้ปัญหาสภาล่มได้ นับแต่วันเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไปจนถึงวันนี้ ส.ส.ร่วมประชุมกันไม่เกิน 10 ครั้ง แต่ในจำนวนนี้เกิดเหตุล่มไปแล้ว 4 ครั้ง นับรวมเหตุวันนี้ (4 มี.ค.) ด้วย โดยครั้งแรกถือเป็นเหตุจากองค์ประชุมไม่ครบ เพราะส.ส.เข้าร่วมไม่ถึง 238 คน ขณะที่ 3 ครั้งหลัง สาเหตุโดยตรงอาจสรุปไม่ชัด เพราะก่ำกึ่งระหว่างเกมการเมืองของรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ผลของเกมที่เกิดขึ้นในห้องประชุมสภามีความชัดเจนว่า มาจากญัตติด่วนของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เสนอให้ตั้ง “คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหามาตราการป้องกันการรัฐประหาร" และมีการอภิปรายหลากหลายความเห็นด้วยกัน ระหว่างส.ส.2 ฝ่าย

แต่วันนี้นายบุญยอด สุขถิ่นไท ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เสนอปิดการอภิปราย กลายเป็นเรื่องความไม่พอใจ เพราะส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังอภิปรายไม่ครบ จึงตัดสินใจเดินออกจากห้องประชุม หรือวอร์คเอาท์ เพื่อแสดงอาการให้รับรู้

สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 23 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีที่ถูกเปลี่ยนบ่อยที่สุด เกิดเหตุสภาล่มนับครั้งไม่ถ้วน แม้จะพยายามหาทางแก้ปัญหา โดยเฉพาะองค์ประชุมที่ไม่ครบกำหนดตามข้อบังคับ ทั้งขอความร่วมมือกำหนดการประชุมกรรมาธิการไม่ให้ตรงกับการประชุมสภา การเลื่อนเวลาให้เช้าขึ้น หรือแม้แต่จะกำหนดบทลงโทษประจานคนขาดประชุม ตลอดจนการดึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาอ้างอิงให้รับทราบว่า ขาดประชุม 1 ใน 4 ของวันประชุม อาจขาดสมาชิกภาพได้ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาสภาล่มให้หมดไป และเมื่อมีญัตติที่เปิดช่องให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง ยิ่งยากต่อการควบคุมการประชุมให้ราบรื่น เว้นแต่จิตสำนึกที่ผู้แทนพึงมีต่องานที่เรียกว่า เพื่อประชาชนส่วนรวมเท่านั้น ถึงจะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน