เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี

เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี

เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี

รูปข่าว : เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี

เปิดใจผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องลุงบุญมี

นอกจากรางวัลปาล์มทองคำจะเป็นความสำเร็จสูงสุดในชีวิตการทำงานของผู้กำกับอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุลแล้ว รางวัลนี้ยังถือเป็นรางวัลสูงสุดของวงการภาพยนตร์ไทยอีกด้วย ซึ่งหอภาพยนตร์แห่งชาติในฐานะที่เป็นที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของวงการหนังไทยมีโอกาสได้ต้อนรับผู้กำกับชาวไทยคนนี้กลับบ้านโรงหนังศรีศาลายาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหอภาพยนตร์แห่งชาติ ขึ้นป้ายคำว่าขอบคุณผีและวิญญาณอันเป็นหนึ่งในคำสุนทรพจน์อันน่าประทับใจของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่กล่าวบนเวทีเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ หลังรับรางวัลปาล์มทองคำ จากหนังเรื่อง "ลุงบุญมีระลึกชาติ"

"พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย เป็นพื้นที่รวบรวมความทรงจำตลอดระยะเวลา 100 กว่าปีที่ผ่านมาของวงการหนังไทย ซึ่งไปกันได้ดีกับแนวทางภาพยนตร์ของอภิชาติพงศ์ ที่มักจะพูดถึงความทรงจำที่เกี่ยวพันกับพื้นที่ ประวัติศาสตร์และสังคม สถานที่แห่งนี้จึงถูกเลือกให้มาเป็นที่พบปะสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังที่เขาได้รับรางวัลปาล์มทองคำ"

เป็นความผูกพันที่มีต่อกันมานานระหว่างอภิชาติพงศ์ และหอภาพยนตร์ นับตั้งแต่เขาเข้าสู่วงการหนังไทยเมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว จึงไม่แปลกที่สถานที่แห่งนี้จะมีมุมที่จัดไว้ให้แก่เขาโดยเฉพาะ เป็นการรวบรวมสิ่งของและเครื่องมือที่ใช้ในการทำหนัง ทั้งกล้อง 16 มม.จาก "สุดเสน่หา" ป้ายภาพเสือจาก "สัตว์ประหลาด" และอีกหลายอย่างที่อยู่ในความทรงจำ ซึ่งสำหรับอภิชาติพงศ์แล้ว การทำหนังถือเป็นการบันทึกความทรงจำของหนังไทยที่มีมากว่าร้อยปี

ลุงบุญมีระลึกชาติ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศิลปะที่ใช้ชื่อว่า Primitive Project หรือโครงการดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นการรวบรวมความทรงจำครั้งอดีตที่หลายคนอยากจะลืมในสมรภูมิการต่อสู้ระหว่างชาวบ้านและทหารปราบปรามคอมมิวนิสต์ ที่จบลงด้วยการสังเวยชีวิตในวันเสียงปืนแตกเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2508 อภิชาติพงศ์เลือกใช้ศิลปะหลายแขนงในการนำเสนอกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ เพราะว่าสามารถรองรับและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก สถานที่ บรรยากาศ และผู้คน ออกมาได้อย่างรอบด้านมากกว่า โดยมี"ลุงบุญมีระลึกชาติ" เป็นงานปิดท้าย ที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่ผูกพันกับสถานที่ ผ่านความเชื่อในเรื่องผี และวิญญาณ อันเป็นแนวทางเฉพาะตัวของเขา

ลุงบุญมีระลึกชาติ ยังไม่มีกำหนดฉายในเวลาอันใกล้นี้ แต่ต้องผ่านกระบวนการเซ็นเซอร์ การหาผู้จัดจำหน่าย และโรงฉาย เช่นเดียวกับหนังเรื่องอื่นๆ แต่มีกำหนดฉลองความสำเร็จกันเองในกลุ่มทีมงานที่หอภาพยนตร์ไทย อภิชาติพงศ์มีกำหนดเข้าพบนายกรัฐมนตรีในวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2553 ในงานที่จัดขึ้นโดยกระทรวงวัฒนธรรม


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน