กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุนสูงกันปัญหาน้ำประปาเค็ม

กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุนสูงกันปัญหาน้ำประปาเค็ม

กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุนสูงกันปัญหาน้ำประปาเค็ม

รูปข่าว : กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุนสูงกันปัญหาน้ำประปาเค็ม

กรมชลฯรับมือน้ำทะเลหนุนสูงกันปัญหาน้ำประปาเค็ม

กรมชลประทานเตรียมรับมือน้ำทะเลที่จะหนุนสูงช่วงกลางเดือนนี้เพื่อให้ความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในระดับปกติ ก่อนนำมาผลิตน้ำประปาให้กับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลสถานีสูบน้ำดิบสำแล จังหวัดปทุมธานีแห่งนี้ จะทำหน้าที่สูบน้ำดิบจากแม่น้ำเจ้าพระยา วันละ 4.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านคลองประปาไปยังโรงงานผลิตน้ำบางเขน สามเสน และธนบุรี เพื่อผลิตเป็นน้ำประปาให้คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลใช้อุปโภคบริโภค

แต่จากการที่น้ำทะเลหนุนสูงในวันที่ 12-19 มิ.ย.นี้ จากวิกฤตภัยแล้ง จะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจวัดค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา 3 จุดคือ ท่าน้ำนนทบุรี, ปากคลองเชียงรากน้อย และโรงสูบน้ำสำแล จังหวัดปทมุธานี จากทั้งหมด 9 จุดที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชเสาวนีย์ให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ทำให้กรมชลประทานเตรียมผันน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลอง บริเวณเหนือเขื่อนแม่กลองจังหวัดกาญจนบุรี ลงสู่คลองจรเข้สามพัน เพื่อรับน้ำเข้าคลองสองพี่น้อง แล้วระบายสู่แม่น้ำท่าจีน ก่อนจะปล่อยเข้าคลองพระยาบรรลือแล้วลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ความเค็มเจือจาง และผลักดันน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาให้อยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานที่ 0.25กรัมต่อลิตร เพื่อให้สามารถสูบน้ำดิบนำมาผลิตเป็นน้ำประปาตามปกติ

ส่วนปัญหาชาวนาขยายพื้นที่ทำนาปรัง แต่ปริมาณน้ำมีไม่เพียงพอนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมจัดระบบการปลูกข้าวใหม่ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้เห็นชอบโครงการนี้แล้ว ซึ่งกระทรวงฯ จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบต่อไป


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน