วิเคราะห์ระเบิดเอ็ม 67 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ

วิเคราะห์ระเบิดเอ็ม 67 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ

วิเคราะห์ระเบิดเอ็ม 67 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ

รูปข่าว : วิเคราะห์ระเบิดเอ็ม 67 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ

วิเคราะห์ระเบิดเอ็ม 67 หน้าบิ๊กซี ราชดำริ

หลังเกิดเหตุระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีราชดำริ ทหารตำรวจ ต่างออกมาขานรับการคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ สั่งเฝ้าระวังสถานที่สำคัญส่วนชนิดระเบิดตำรวจระบุเป็นเอ็ม 67 ดัดแปลงเป็นแสวงเครื่อง และ เคยพบก่อนหน้านี้แล้ว 2 ครั้งแต่เก็บกู้ได้ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อเป็นการสร้างสถานการณ์
ความเสียหายของป้ายรถประจำทาง หน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ และเวลาที่เกิดเหตุตรงกับช่วงคนพลุกพล่าน เป็นสิ่งแสดงให้เห็นความต้องการของผู้ก่อเหตุที่อยากให้เกิดความสูญเสียและผลกระทบที่รุนแรง

จากการจำลองชิ้นส่วนวัตถุระเบิด ตำรวจพบว่า ผู้ก่อเหตุใช้ระเบิดชนิดขว้างแบบสังหารเอ็ม 67 แต่นำมาดัดแปลงพิเศษเป็นแสวงเครื่อง โดยนำมาประกอบต่อสายชนวนตั้งเวลาด้วยนาฬิกาซึ่งการต่อวงจรระเบิดแบบนี้ทำได้ยาก และ ค่อนข้างละเอียด และมีรัศมีทำลายล้างมากกว่า 15 เมตรเชื่อต้องการสร้างสถานการณ์

ทีมข่าวทีวีไทยสอบถาม ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดพบว่า วิธีนี้ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีไม่กี่หน่วยงานที่ทำเช่นนี้ได้ แต่ข้อสันนิษฐานต่างไปจากชุดสืบสวนโดยมองว่า ผู้ก่อเหตุใช้วิธีถอดสลักระเบิดออกแล้วใช้ยางรัดกระเดื่องไว้จากนั้นใช้ขดลวดพันที่เส้นยางแล้วจึงกดรีโมทเพื่อให้ขดลวดเกิดความร้อนจนหนังยางขาดทำให้กระเดื่องหลุดและเกิดระเบิดขึ้นในที่สุด

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า เคยพบก่อนหน้านี้แต่เก็บกู้ไว้ได้คือเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมในท้องที่ของตำรวจนครบาลโคกครามและวันที่ 3 เมษายนในท้องที่ตำรวจนครบาลนางเลิ้ง

ส่วนการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งกล้องซีซีทีวีของกรุงเทพมหานคร และ กล้องวงจรปิดจากห้างร้านใกล้จุดเกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจพบชายต้องสงสัยแล้วคาดว่า เป็นผู้นำระเบิดมาวางซึ่งตำรวจกำลังเร่งขยายผล

มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่า หลังเกิดเหตุระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซีราชดำริศอฉ.จะหารือเพิ่มเติมในเรื่องการดูแลสถานการณ์โดยรวมโดยเฉพาะสถานที่สำคัญที่สาธารณชนเช่นป้ายรถประจำทาง ห้างสรรพสินค้า รถไฟฟ้า สถานีขนส่ง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนแต่ยืนยันไม่ใช่เงื่อนไขการขยายเวลาประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน