เก็บ “ดีเอ็นเอ” เด็กแรกคลอดป้องกันการค้ามนุษย์

เก็บ “ดีเอ็นเอ” เด็กแรกคลอดป้องกันการค้ามนุษย์

เก็บ “ดีเอ็นเอ” เด็กแรกคลอดป้องกันการค้ามนุษย์

รูปข่าว : เก็บ “ดีเอ็นเอ” เด็กแรกคลอดป้องกันการค้ามนุษย์

เก็บ “ดีเอ็นเอ” เด็กแรกคลอดป้องกันการค้ามนุษย์

ในรอบ 5 ปีศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจกเงาระบุข้อมูลว่า มีเด็กแรกเกิดถึง 15 ปีหายอกจากบ้านเฉลี่ยปีละ 250 ราย มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถติดตามกลับคืนสู่ครอบครัวได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นที่เด็กจะกลายเป็นเหยื่อขบวนค้ามนุษย์เพื่อการตรวจสอบและติดตาม สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจจะเริ่มนำร่องเก็บดีเอ็นเอเด็กแรกคลอด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลป้องกันการค้ามนุษย์เด็กหญิงวัย 1 ขวบรายนี้เข้ารับการเก็บดีเอ็นเอเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลหากจำเป็นต้องใช้ในกรณีเปรียบเทียบกับคนในครอบครัวโดยเจ้าหน้าที่จะใช้อุปกรณ์เก็บดีเอ็นเอจากกระพุ้งแก้มจากนั้นจะนำเข้าห้องคัดแยกและเก็บลงฐานข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้ง

ในแต่ละเดือนที่สถาบันนิติเวชวิทยามีผู้ที่เข้ารับการตรวจดีเอ็นเอมาก 50-60 รายเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลความสัมพันธ์ทางสายเลือดและมีหลายกรณีที่ผลการตรวจทำให้ได้ข้อมูลว่าเด็กที่นำมาตรวจนั้นไม่ใช่ลูก

พ.ต.อ.พรชัย สุธีรคุณ รอง ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ยอมรับว่า แม้จะมีการตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาความสัมพันธ์ทางสายเลือดจากคนในครอบครัวแต่ก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยากราคาสูงและมีโอกาสผิดพลาดได้เนื่องจากไม่มีข้อมูลพื้นฐานอื่น ซึ่งจะแตกต่างจากการเก็บดีเอ็นเอตั้งแต่แรกเกิดของเด็กและหากต้องการเปรียบเทียบจะทำให้สามารถพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคลได้ดีกว่าแต่ยังติดปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนและค่าใช้จ่ายที่สูง

ศูนย์ข้อมูลคนหาย ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2551-2253 มีเด็กแรกเกิดถึง 15 ปีหายออกจากบ้านเฉลี่ยปีละ 245 รายเป็นการล่อลวงทางเพศถึง 186 รายและถูกลักพาตัว 19 รายสอดคล้องกับข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญด้านต่อต้านการค้ามนุษย์ของสหประชาชาติ เปิดเผยว่าการค้าเด็กทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเก็บดีเอ็นเอของเด็กไว้จะเป็นอีกวิธีที่ป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์และการติดตามพ่อแม่ที่แท้จริง

โดยตั้งแต่ปี 2003-2007 การค้าเด็กได้เพิ่มจากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 22 ของการค้ามนุษย์ทุกประเภททั่วโลก และเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่มีเงินสะพัดมากเป็นลำดับ 3 ของโลกรองจากการค้าอาวุธและยาเสพติดไทยเป็นประเทศหนึ่งที่เป็นทั้งประเทศต้นทาง ทางผ่านและปลายทางของการค้ามนุษย์ ซึ่งหากทุกประเทศสามารถเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของประชนในประเทศตัวเองได้น่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างถาวร


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน