นายทุนรุกที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง

นายทุนรุกที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง

นายทุนรุกที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง

รูปข่าว : นายทุนรุกที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง

นายทุนรุกที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง

ทีวีไทยลงพื้นที่ตรวจสอบ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ภายหลังนายทหารในกรมการทหารช่าง เดินทางมายื่นเรื่องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้ช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบ การบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ ที่มีข้อมูลว่า มีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลัง โดยจากการลงพื้นที่ แม้จะมีเวทีของฝ่ายผู้เข้าใช้ที่ดิน ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล แต่ทีมข่าว พบที่ดินลาดชันจำนวนมากถูกบุกรุกแผ้วถาง ไม่เป็นไปตามลักษณะการเช่าที่ราชพัสดุ และยังพบความผิดปกติในการยื่นเอกสารขอเช่า รวมทั้งมีข้อมูลที่บ่งบอกถึงการซื้อขายที่ดินเหล่านี้ด้วยพื้นที่การก่อสร้าง ลักษณะคล้ายรีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ลาดชันแปลงหนึ่ง ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เป็นข้อมูลที่ทหารช่างบอกทีวีไทยว่า ที่ดินกำลังก่อสร้างแปลงนี้ บุกรุกที่ดินราชพัสดุ ภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์ ของทหารช่าง ที่บินสำรวจ อำเภอสวนผึ้งหลายครั้ง มองเห็นการทำประโยชน์ที่ดินอย่างเด่นชัด

ข้อมูลของฝ่ายทหาร ระบุว่า มีทั้งพื้นที่ ถูกบุกรุกจากบุคคลภายนอก เพื่อทำสวนยาง และปาล์มน้ำมัน บุกรุกขยายพื้นที่จากจุดที่ขอเช่าไว้กับกรมธนารักษ์ เช่น พื้นที่ลาดชัน เกินกว่า ร้อยละ 35 และพื้นที่แหล่งต้นน้ำ พร้อมทั้งระบุว่าได้ตรวจสอบพบกลุ่มทุนเกี่ยวข้องกับการบุกรุก

เมื่อทีวีไทยลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับฝ่ายทหาร เข้าไปในจุดที่เป็นช่องเขา ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากมุมสูง พบว่ามีพื้นที่ป่าที่มีความลาดชันมากหลายจุด ถูกบุกรุกแผ้วถาง โดยใช้เครื่องจักรหนัก

เวทีแสดงความคิดเห็นเพื่อยุติความขัดแย้งการบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุ อ.สวนผึ้ง ถูกจัดขึ้นโดยนายสกล คุณาพิทักษ์ กำนัน ต.สวนผึ้ง เพื่ออธิบายเหตุผลของกลุ่มผู้เข้าทำประโยชน์ ในที่ดิน อ้างว่า เพื่อทำการเกษตร แบบกลุ่มสหกรณ์สวนยางพารา และปาล์มน้ำมัน แต่ยอมรับว่าไม่ได้รับอนุญาตให้เช่าที่ราชพัสดุ กลุ่มผู้ทำการเกษตรเหล่านี้ อ้างว่ากติกาที่มีอยู่ไม่ชัดเจน และยืนยันว่าพร้อมร่วมตรวจสอบหากมีกลุ่มทุนเข้าไปบุกรุก

พล.ต.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ รองเจ้ากรม กรมการทหารช่าง แสดงภาพถ่ายทางอากาศ ยืนยันว่า สถานการณ์การบุกรุกที่ราชพัสดุ ในอำเภอสวนผึ้ง เมื่อปี 2546 ต่างจากปี2552 แสดงให้เห็นความแตกต่างของพื้นที่ที่ถูกบุกรุก

สำหรับเอกสารเหล่านี้ แสดงให้เห็นวิธีการเข้าใช้พื้นที่ หากเปรียบเทียบเอกสารทั้ง 3 ชุดนี้ พบว่ามีหนังสือยื่นขอเช่าที่ราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ ที่ปรากฎรายชื่อประชาชน 3 ราย ที่แตกต่างกัน แต่หลักฐานประกอบการขอเช่า กลับเป็นใบภาษีบำรุงท้องที่ ที่มีการรับรองการจ่ายเงินให้กับ อบต.สวนผึ้ง พร้อมแผนที่แสดงจุดทำประโยชน์ กลับเป็นเอกสารชุดเดียวกันทั้ง 3 ราย และยังมีหลักฐานเป็นหนังสือสัญญาซื้อขาย ซึ่งระบุว่า ใช้สถานที่ อบต.สวนผึ้งด้วย ทั้งที่ที่ดินราชพัสดุไม่สามารถซื้อขายได้


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน