แพทย์เตือนใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวเสี่ยงแท้งบุตร

แพทย์เตือนใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวเสี่ยงแท้งบุตร

แพทย์เตือนใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวเสี่ยงแท้งบุตร

รูปข่าว : แพทย์เตือนใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวเสี่ยงแท้งบุตร

แพทย์เตือนใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวเสี่ยงแท้งบุตร


สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยเตือนการรักษาสิวด้วยกรดวิตามินเอ โดยไม่ได้อยู่ในการควบคุมของแพทย์ อาจเสี่ยงต่อการแท้งบุตร หรือทำให้เด็กพิการได้
นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยแถลงเตือนการใช้ กรดวิตามินเอ หรือชื่อสามัญว่า ไอโซเตติโนอิน ในการรักษาสิวทั้งการกินและทา ว่าต้องใช้ยาที่สั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เนื่องจากเป็นยาควบคุมพิเศษ และมีผลข้างเคียงมาก โดยเฉพาะทารกในครรภ์ โดยพบว่ายาชนิดนี้ทำให้เกิดการแท้งลูกถึงร้อยละ 20 หรือพิการแต่กำเนิดกว่าร้อยละ 40 สอดคล้องกับผลการวิจัยอนามัยเจริญพันธุ์ และงานวางแผนครอบครัว ในปี 2550-2552 ว่ามีผู้หญิงขอทำแท้งมากถึง 10 คน เนื่องจากทานยาชนิดนี้

นอกจากนี้ฤทธิ์ของยา ยังทำให้ผิวหนังและปาก แห้งแตก เป็นผื่นลอก หรือเลือดกำเดาไหล, ระดับไขมันไม่คงที่ และเสี่ยงต่ออาการตับอ่อนอักเสบ, ตาแห้งกว่าปกติ และมีผลต่อระบบประสาทเป็นต้น ปัจจุบันมีการใช้กรดวิตามินเอรักษาสิวในวงกว้าง เนื่องจากหาซื้อได้ง่าย และยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาควบคุมอย่างจริงจัง

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ยังทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เพื่อประกาศเตือนแพทย์ ให้ตระหนักถึงผลข้างเคียงของยา และช่วยกันกำกับดูแลการสั่งจ่ายยาโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังแนะนำผู้ที่ต้องการรักษาสิวว่าควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรไปซื้อหากินเอง เพราะสิวเกิดจากฮอร์โมนตามธรรมชาติ, การอุดตัดของเครื่องสำอาง หรือความเครียด ซึ่งอาจหายได้เอง


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน