ค้นหาอาวุธถูกโจรกรรม

ค้นหาอาวุธถูกโจรกรรม

ค้นหาอาวุธถูกโจรกรรม

รูปข่าว : ค้นหาอาวุธถูกโจรกรรม

ค้นหาอาวุธถูกโจรกรรม


อาวุธที่ถูกโจรกรรมออกจากคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรีถูกตามยึดกลับคืนอย่างต่อเนื่อง กระสุนระเบิด อาร์พีจี ถูกตามยึดกลับคืนมาได้แล้ว 14 ลูก ยังขาดหายไป 2 ลูก แต่กระสุนอีกหลายชนิด ยังไม่สามารถติดตามคืนมาได้ ขณะที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าอาวุธที่ถูกขโมยจะถูกส่งขายต่อไปทอดๆนักประดาน้ำ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ดำน้ำสำรวจค้นหาระเบิดอาร์พีจีที่สูญหายจากคลังที่ 69 กรมสรรพาวุธทหารบก จ.ลพบุรี บริเวณแม่น้ำบางขาม อ.ท่าวุ้ง ตามคำให้การของผู้ต้องหา 4 คน และพบระเบิดอาร์พีจี 14 ลูก เมื่อตรวจสอบหมายเลขก็ตรงกับระเบิดที่สูญหาย

ขบวนการขโมยอาวุธคลังแสง จ.ลพบุรี แบ่งการทำงานออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก มี นายเอกชัย หลำชุ่ม เป็นคนขับรถ พานายนพพร สุริวงศ์, นายสมเกียรติ เลื่อนลอย และนายถาวร รักบุญ ไปส่ง จากนั้นทั้งสามคน จะเดินลัดเลาะแนวป่าเข้าไปในคลังแสง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ระเบิดอาร์พีจี ที่ขโมยมาได้ จะนำไปขายให้ ส.อ.เสมา คชเพต ทหารประจำหน่วยปืนใหญ่ ราคาลูกละ 1,500 บาท จากนั้นขายต่อให้ จ.ส.อ.ประวิทย์และ จ.ส.อ.เอนก ราคา 3,500 บาท

ตำรวจมีข้อมูลว่า คนกลุ่มนี้ ขโมยอาวุธจากคลังแสง มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรก วันที่ 1 กันยายน ขโมยลูกเอ็มหกสิบ 9,000 นัด และวันที่ 4 กันยายน ขโมยระเบิดอาร์พีจี

บัญชีการตรวจสอบ อาวุธที่สูญหายทั้งหมด ประกอบด้วย กระสุนปืนเล็กขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 9,000 นัด ใช้กับอาวุธปืนเอ็ม 60 ชนิดปืนกลตั้งขาทราย ลูกระเบิดยิงอาร์พีจี 2 จำนวน 39 ลูก ในเบื้องต้น ผู้ต้องหาขายลูกระเบิดเอ็ม 60 ขายลูกละ 10 บาท ส่วนลูกยิงอาร์พีจีขายลูกละ 1,000 บาท

ขณะที่ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 3 คน คือ นายถาวร รักบุญ ผู้ร่วมงัดแงะ นำกระสุนออกจากคลัง จ.ส.อ.ประวิทย์ เชิงคีรี ตำแหน่งศูนย์สร้างอาวุธ เป็นผู้รับกระสุนต่อจาก ส.อ.เสมา และ จ.ส.อ.เอนก ออกแม้น ทหารนอกราชการ เป็นผู้รับกระสุนต่อจาก ส.อ.เสมา ขณะนี้ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ และ จ.ส.อ.เอนกติดต่อเข้ามอบตัวแต่เสนอข้อต่อรองประกันตัว


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน