การสอบสวนคดีบุกรุกป่าสงวน จ.กระบี่ ไม่คืบหน้า

การสอบสวนคดีบุกรุกป่าสงวน จ.กระบี่ ไม่คืบหน้า

การสอบสวนคดีบุกรุกป่าสงวน จ.กระบี่ ไม่คืบหน้า

รูปข่าว : การสอบสวนคดีบุกรุกป่าสงวน จ.กระบี่ ไม่คืบหน้า

การสอบสวนคดีบุกรุกป่าสงวน จ.กระบี่ ไม่คืบหน้า


คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ถูกกล่าวหาว่ารับสินบน ปล่อยให้มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ช่องฝั่งตะวันตกสายสาม จ.กระบี่ อ้างว่าไม่สามารถเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทั้ง 3 คนได้ เพราะยังไม่มีพยาน แต่วันนี้ มีมีนักอนุรักษ์คนหนึ่ง ได้เดินทางไปเป็นพยาน โดยอ้างว่าติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้และพบว่า มีการปฏิบัติที่เอื้อต่อการปล่อยให้ป่าถูกบุกรุกจริงสภาพของผืนป่าสงวนแห่งชาติ ต.ทับปริก และ ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่ บนเนื้อที่กว่า 10,000 ไร่ หลังจากเจ้าหน้าเข้ารื้อถอนต้นปาล์ม เมื่อ 2 เดือนก่อน เพราะว่าตรวจสอบพบว่าพื้นที่ป่าถูกบุกรุก และมีกลุ่มนายทุนลักลอบปลูกยางพารา ขณะที่ป่าอยู่ห่างจากที่ทำการ ของสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เพียง 1 กิโลเมตร

นักอนุรักษ์ใน จ.กระบี่คนหนึ่ง ที่ติดตามการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการปราบปรามผู้บุกรุกป่า ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่บางคน กระทำ 2 มาตรฐาน หากผู้บุกรุกป่าเป็นชาวบ้าน จะมีการสั่งรื้อถอนในทันที แต่หากเป็นกลุ่มของนายทุน หรือผู้มีอิทธิพล อยู่เบื้องหลัง จะดำเนินการล่าช้า บางครั้งไม่มีการติดตามคดี

ขณะที่การสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ระดับหัวหน้าป้องกัน และปราบปรามพร้อมลูกน้องอีก 2 คน ที่มีคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่เมื่อ 2 วันก่อน จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีบุคคลใดออกมาเป็นพยาน และให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบสวน

สำหรับปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ช่องฝั่งตะวันตกสายสาม ที่พบว่ามีกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกครั้งนี้ มีการตรวจสอบเมื่อประมาณเดือนมีนาคม หลังเจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่า และพบว่าป่าถูกนายทุนลอบเผา เพื่อให้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ก่อนลงมือปลูกต้นปาล์มเพื่อทำประโยชน์

ต่อมาได้มีการสอบสวนในทางลับ โดยนายประสิทธิ์ โอสถานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ จนทราบว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง 3 คน แต่ยังไม่สามารถเอาความผิดได้ เพราะว่าไม่มีพยานหลักฐาน


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน