ผลกระทบรุกป่าในช่องฝั่งตะวันตก จ.กระบี่

ผลกระทบรุกป่าในช่องฝั่งตะวันตก จ.กระบี่

ผลกระทบรุกป่าในช่องฝั่งตะวันตก จ.กระบี่

รูปข่าว : ผลกระทบรุกป่าในช่องฝั่งตะวันตก จ.กระบี่

ผลกระทบรุกป่าในช่องฝั่งตะวันตก จ.กระบี่


การบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ "ป่าในช่องฝั่งตะวันตกสายสาม" ท้องที่อำเภอเมือง จ.กระบี่ ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำของคลองท่าปอมสองน้ำ เพื่อปลูกปาล์มน้ำมันของกลุ่มทุน ได้ส่งผลกระทบกับคลองท่าปอมสองน้ำ ซึ่งเป็นคลองอันซีนไทยแลนด์ เพราะพบว่าในแต่ละปีมีระดับน้ำลดลงเฉลี่ยปีละ 5 เซนติเมตร
ความงามของคลองท่าปอมสองน้ำ ลำธารสีเขียวมรกต บ้านหนองจิก ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กะบี่ ทำให้ว่าที่บ่าวสาวคู่นี้ตัดสินใจเลือกเป็นสถานที่ สำหรับบันทึกภาพ เพื่อใช้ในพิธีมงคลสมรส

แต่การบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าในช่อง ฝั่งตะวันตกสายสาม กว่า 10,000 ไร่ ของกลุ่มทุนได้ส่งผลกระทบต่อคลองท่าปอมสองน้ำแห่งนี้ สุชา วันศุกร์ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม ระบุ ป่าในช่อง ฝั่งตะวันตก สายสาม เป็นป่าต้นน้ำของท่าปอมคลองสองน้ำ เป็นคลองทีมีน้ำใส สีเขียวมรกต เพราะสารละลายหินปูนและกำมะถันปนอยู่มาก เป็นพื้นที่ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งระบบนิเวศแบบป่าพรุน้ำจืด แบบพื้นที่ชุ่มน้ำ แบบป่าดิบ และแบบป่าชายเลน จึงเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งปลาน้ำจืด และน้ำกร่อย

ตลอดระยะเวลา 4 ปีของ การตัดไม้ในพื้นที่ ทำให้น้ำในคลองแห่งนี้ ลดหายไปเฉลี่ยปีละ 5 เซนติเมตร และหากภาครัฐยังไม่เร่งแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าในช่องฯ คลองท่าปอมสองน้ำ ก็อาจถูกลบไปจากความรู้สึกของนักท่องเที่ยวว่าเคยเป็นอันซีนไทยแลนด์

ขณะที่กองอำนวยการรักษาความคงภายใน หรือ กอ.รมน. ประจำ จ.กระบี่ เตรียมสนธิกำลังเข้ารื้อถอนต้นปาล์มในพื้นที่ กว่า 30 ไร่ ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการสอบเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 3 นาย ในข้อหาละเลยการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่จับกุมนายทุน ที่บุกรุกพื้นที่ ยังไม่มีความคืบหน้า คณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการจังหวัด อ้างว่ายังไม่มีชาวบ้านคนไหนมาเป็นพยาน จึงทำให้การเอาผิดกับผู้กระทำผิดยังล่าช้า

ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าในช่องตะวันตกสายสาม มีเนื้อที่กว่า 11,000 ไร่ เป็นป่าต้นน้ำของคลองท่าป้อม ที่มีน้ำเค็มจากทะเล และน้ำจืดจากเทือกเขาไหลไปบรรจบกัน จึงเป็นจุดท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ แห่งหนึ่งของ จ.กระบี่ตั้งแต่ปี 2549 ป่า และต้นไม้ที่มีอายุกว่า 100 ปี จำนวนมาก ถูกลักลอบตัด และเผาไปแล้วกว่า 1,000 ไร่ ซึ่งจุดที่พบการลักลอบตัดไม้ แวดล้อมไปด้วยหน่วยงานสำคัญ โดยเฉพาะสำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ที่อยู่ห่างไปเพียง 2 กิโลเมตร


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน