สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีมาบตาพุดต่อศาลปค.สูงสุด

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีมาบตาพุดต่อศาลปค.สูงสุด

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีมาบตาพุดต่อศาลปค.สูงสุด

รูปข่าว : สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีมาบตาพุดต่อศาลปค.สูงสุด

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีมาบตาพุดต่อศาลปค.สูงสุด

สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบในปัญหาความขัดแย้งมาบตาพุด มีการละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ และเตรียมยื่นฟ้องนายกฯในสัปดาห์หน้าด้วย นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวบ้านมาบตาพุด ยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อชี้ให้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าหน่วยงานรัฐผู้ถูกฟ้องได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนด ที่จะต้องอนุมัติกฎหมายลูกตามมาตรา 67 วรรค 2 ให้เสร็จภายใน 1ปี นับตั้งแต่รัฐบาลชุดแรกแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งแถลงนโยบายมาแล้วตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ 2551 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายลูกแต่อย่างใด และชี้ให้ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าการที่ศาลปกครองชั้นต้นนำประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรง ฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2553 มาใช้ประกอบในสำนวณคดีเข้าข่ายไม่เป็นไปตามกฎหมาย วิธีพิจารณาคดีปกครองปี 2542 ตามมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการปกครองสูงสุดข้อที่ 62 ที่ระบุว่า ห้ามนำเอาพยานหลักฐานอื่นใด ที่เกิดขึ้นภายหลังสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงของศาลแล้ว มาประกอบในสำนวณคดี ซึ่งคดีนี้ศาลปกครองกำหนดให้สิ้นสุดในวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ดังนั้นการเอาประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม มาประกอบถือว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อีกทั้งพื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ โดยคำพิพากษาของศาลปกครองระยองและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นด้วยแล้วตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2552 ดังนั้นทั้ง 76 โครงการที่ถูกฟ้องเพิกถอนโครงการ จึงต้องปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรค 2 ทันที และในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก จะยื่นฟ้องศาลปกครองให้เพิกถอน 11 โครงการรุนแรง โดยจะยื่นฟ้อง นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน