DSI-สหรัฐฯ ร่วมจับเครือข่ายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ

DSI-สหรัฐฯ ร่วมจับเครือข่ายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ

DSI-สหรัฐฯ ร่วมจับเครือข่ายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ

รูปข่าว : DSI-สหรัฐฯ ร่วมจับเครือข่ายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ

DSI-สหรัฐฯ ร่วมจับเครือข่ายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ

เจ้าหน้าที่ไทยและสหรัฐฯ ร่วมกันสืบสวนและติดตามพฤติกรรมเครือข่ายค้าเฮโรอีนนานกว่า 1 ปีจนสามารถจับคนร้ายพร้อมยึดของกลางได้ 36 กิโลกรัม และจากการสืบสวนพบว่าเฮโรอีนทั้งหมดเป็นของกองกำลังว้าแดง ที่เคยส่งให้คนร้ายลักลอบนำไปขายประเทศที่ 3 มาแล้วกว่า 200 กิโลกรัม
ชาวมูเซอแดง เครือข่ายค้าเฮโรอีนรวม 5 คน ถูกจับทันที หลังจากเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แน่ใจว่า ทั้งหมดลักลอบลำเลียงเฮโรอีนรวม 36 กิโลกรัม จากตำบลม่อนปิ่น มาที่จุดนัดส่งของในอำเภอฝาง โดยมีนายปรีดา ตระกูลปรีดา เป็นนายหน้ารายสำคัญ

ขณะตรวจดูของกลางเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอยู่ในถุงปุ๋ย 2 กระสอบ ซึ่งวางอยู่หลังคนขับ นายปรีดาพยายามเข้าไปที่เบาะด้านหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่พบความผิดปกติ จึงจำเป็นต้องดึงตัวออกมา และตรวจค้นอีกครั้ง จึงพบปืนพกปาเรสต้า ขนาด 9 ม.ม.ที่ขึ้นลำกล้องไว้เตรียมต่อสู้ ซุกซ่อนอยู่

การควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดไปที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 เป็นไปด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากผู้ต้องหากลุ่มนี้ จากข้อมูลพบว่ามีความสนิทคุ้นเคยกับกองกำลังติดอาวุธ

จากการตรวจพิสูจน์ของกลางด้วยสารเคมี ยืนยันว่า ของกลางทั้งหมดเป็นเฮโรอีนบริสุทธิ์ ซึ่งนายปรีดารับสารภาพว่า เฮโรอีนทั้งหมดเป็นของนายเล่าปู่ นักค้ายาเสพติดที่อยู่ในกองกำลังว้าแดง

หลังตรวจพิสูจน์ของกลางแล้ว เจ้าหน้าที่ได้แยกตัวนายปรีดาไปค้นบ้านพักในหมู่บ้านหนองไผ่ ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการขึ้นไปในพื้นที่ ต้องใช้กำลังตำรวจตระเวนชายแดนที่ 33 สนธิกำลังร่วมกับกองกำลังผาเมือง เพื่อนำทาง ขณะที่เจ้าหน้าที่ DEA จากสหรัฐฯ ก็เตรียมป้องกันความไม่ปลอดภัยจากการถูกซุ่มโจมตี

จากการเข้าตรวจค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่พบปืนซุกซ่อนอยู่อีก 2 กระบอก และจากคำให้การของนายปรีดา เจ้าหน้าที่จึงพานายปรีดาไปตรวจค้นภายในสวนส้ม ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงของกลางมาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นจุดพักยา

การเข้าพื้นที่สวนส้ม จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดน แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพัก นายปรีดาใช้จังหวะที่เจ้าหน้าที่แบ่งกำลังดูแลความปลอดภัยหลบหนีไปได้ แม้จะยังไม่พบตัวนายปรีดาที่หลบหนีระหว่างควบคุมตัว แต่เจ้าหน้าที่สามารถยึดเฮโรอีนล็อกใหญ่ น้ำหนัก 36 กิโลกรัมไว้ได้

เครือข่ายนายปรีดาถือเป็นเครือข่ายค้าเฮโรอีน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งเป็นคดีพิเศษ ร่วมดำเนินการสอบสวนกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ นอกจากเฮโรอีนที่ยึดได้ในครั้งนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้นายปรีดาร่วมกับกองกำลังติดอาวุธลักลอบขนเฮโรอีนเข้ามาเกือบ 200 กิโลกรัม


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน