นักวิชาการแนะรัฐปรับนโยบาย รับมือเก็งกำไรในตลาดเงิน-ตลาดทุน

นักวิชาการแนะรัฐปรับนโยบาย รับมือเก็งกำไรในตลาดเงิน-ตลาดทุน

นักวิชาการแนะรัฐปรับนโยบาย รับมือเก็งกำไรในตลาดเงิน-ตลาดทุน

รูปข่าว : นักวิชาการแนะรัฐปรับนโยบาย รับมือเก็งกำไรในตลาดเงิน-ตลาดทุน

นักวิชาการแนะรัฐปรับนโยบาย รับมือเก็งกำไรในตลาดเงิน-ตลาดทุน

นายกรัฐมนตรีเตรียมประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาค่าเงินบาทต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์เตือนรัฐบาลเร่งปรับนโยบายรองรับการเก็งกำไรในตลาดการเงินและตลาดทุนโลกหลังพ้นวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา

นายสมภพ มานะรังสรรค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางหลายประเทศในเอเชียที่เริ่มเข้าสู่เสถียรภาพทั้งที่มีเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาเก็งกำไรจำนวนมากเช่นเดียวกับไทยส่วนหนึ่งมาจากการบริหารนโยบายการเงินและการคลังที่ไร้ประสิทธิภาพ

ขณะเดียวกันก็ได้แนะนำให้รัฐบาลปรับระบบบริหารการเคลื่อนย้ายเงินทุนแบบสมดุล 2 ทางเช่น ผ่องถ่ายสัดส่วนการลงทุนในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐออกนอกประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือตามความจำเป็นของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเตรียมประชุมเพื่อหามาตรการบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการส่งออกในวันพรุ่งนี้หลังมีรายงานว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึงร้อยละ 9 ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกเสียหายถึง 150,000ล้านบาท แต่ยังเชื่อว่าการขยายตัวการส่งออกยังไปได้ดี

ส่วนมาตรการกันเงินสำรองร้อยละ 30 จะนำกลับมาใช้อีกหรือไม่ ถือเป็นมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ต้องดูความเหมาะสม และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากมีการเคลื่อนย้ายเงินทุน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แม้การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลกระทบระยะสั้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยแต่ยังเชื่อมั่นว่าปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ที่ร้อยละ 7

นอกจากนี้หากผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ในทุกด้าน จะทำให้การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลเชิงบวกในระยะยาว เพราะจะทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจมีความสมดุลมากขึ้น เนื่องจากพึ่งการส่งออกน้อยลงซึ่งหลังจากนี้หากผู้ประกอบการไทยมีการปรับปรุงคุณภาพสินค้า รักษาระดับความสามารถในการแข่งขันไว้ได้ จะกลายเป็นข้อดี เพราะจะสามารถกระจายตัวสินค้าในตลาดโลกในมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อเรียกร้องของเอกชนที่ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ก่อนเพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาท ถือเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะนำไปพิจารณาเพื่อกำหนดทิศทางดอกเบี้ย

ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชนที่จะให้จัดตั้งกองทุนกู้ดอกเบี้ยต่ำกับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า อยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบต่างกันดังนั้นมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือจึงต้องเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทุกฝ่าย


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน