ตร.ยังไม่แจ้งข้อหานักเรียนหญิง-เพื่อนชายในคดีทำแท้ง

ตร.ยังไม่แจ้งข้อหานักเรียนหญิง-เพื่อนชายในคดีทำแท้ง

ตร.ยังไม่แจ้งข้อหานักเรียนหญิง-เพื่อนชายในคดีทำแท้ง

รูปข่าว : ตร.ยังไม่แจ้งข้อหานักเรียนหญิง-เพื่อนชายในคดีทำแท้ง

ตร.ยังไม่แจ้งข้อหานักเรียนหญิง-เพื่อนชายในคดีทำแท้ง

อาการของเด็กหญิงที่เสียเลือดจากการทำแท้งเองจนตกเลือดยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ตำรวจบอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อหาขอสอบพยานหลักฐานก่อน

จากกรณีที่เด็กนักเรียนโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งใช้ยาเม็ดสอดช่องคลอดเพื่อทำแท้ง จนทำให้มีอาการช็อกหมดสติ และตกเลือด ทำให้เพื่อนชายขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถี ล่าสุดพ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เปิดเผยว่า ในทางคดีเมื่อวานนี้ตำรวจเดินทางไปที่โรงพยาบาลราชวิถีเพื่อนสอบปากคำเด็กนักเรียนหญิง แต่แพทย์ผู้ดูแลยังไม่อนุญาตเพราะเด็กยังอยู่ในภาวะที่ไม่พร้อม ล่าสุดตำรวจได้สอบปากคำเพื่อนชายที่อยู่ในเหตุการณ์แล้วเมื่อคืนนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อหากับใคร และต้องรอการสอบปากคำเด็กหญิงอย่างละเอียด อีกครั้ง

สำหรับอาการของเด็กหญิงในขณะนี้ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด2 -3 วัน ขณะที่ตำรวจส่งยาให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไปตรวจสอบ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบที่มาของเว็บไซต์ เบื้องต้นพบว่าเว็บไซต์ปิดให้บริการแล้ว

ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ปัจจุบันปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในกลุ่มวัยรุ่นหญิงไทยมีอัตราสูงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ซึ่งจากการรวบรวมสถิติตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาพบการตั้งครรภ์ของเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี แล้วกว่า 10,000 ราย เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา (ปี 2552) พบการตั้งครรภ์ 2,500 ราย หรือ เพิ่มสูงขึ้นถึง 400 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังพบแม่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดพบ แม่ที่มีอายุเพียง 11 ปีเท่านั้น และจากปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยเรียน ทำให้กระทรวงสาธารณสุข มีการเสนอร่างพ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งประเด็นในมาตรา 12 ที่มีสาระสำคัญคุ้มครองให้สถานศึกษาอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ที่อยู่ในวัยเรียน สามารถศึกษาได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับมาศึกษาต่อได้อีกครั้งหลังคลอดบุตรแล้ว ก็ยังเป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจาก

ส่วนหนึ่งเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้อาจเป็นการเอื้อให้เด็กนักเรียนมีเพศสัมพันธ์ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาท้องในวัยเรียนเพิ่มขึ้นแต่ขณะเดียวกันความคิดเห็นจากประชาชนส่วนหนึ่ง ก็เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมองว่าเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาลดปัญหาการทำแท้งซึ่งจะช่วยให้ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน