การนำยารักษากระเพาะมาทำแท้ง เสี่ยงตกเลือด

การนำยารักษากระเพาะมาทำแท้ง เสี่ยงตกเลือด

การนำยารักษากระเพาะมาทำแท้ง เสี่ยงตกเลือด

รูปข่าว : การนำยารักษากระเพาะมาทำแท้ง เสี่ยงตกเลือด

การนำยารักษากระเพาะมาทำแท้ง เสี่ยงตกเลือด

เลขาธิการ อย. ระบุการใช้ผลข้างเคียงของยารักษาโรคกระเพาะมาทำแท้ง ทำให้เสี่ยงต่อการตกเลือดและห้ามจำหน่ายยาชนิดนี้ในร้ายขายยาหรืออินเทอร์เน็ตเด็ดขาด
นายแพทย์พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่าการใช้ยาไซโตเทคซึ่งเป็นยารักษาโรคกระเพาะ มาเป็นยาสอดช่องคลอดเพื่อทำแท้งของนักเรียนหญิงรายหนึ่งนั้น เป็นการนำผลข้างเคียงซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของมดลูกมาทำแท้ง และหากใช้เกินขนาด ใช้ไม่ถูกต้อง ก็จะเกิดการรัดตัวของมดลูกมาก โอกาสแท้งลูกสูง รวมถึงถ้านำรกออกไม่หมด ก็เสี่ยงตกเลือดสูง พร้อมระบุยาไซโตเทคเป็นยาควบคุมพิเศษ สั่งโดยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น ห้ามจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ตหรือในร้านขายยา ไม่เช่นนั้นอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาต

ขณะที่นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่าได้ตรวจเว็บไซต์ที่ลักลอบจำหน่ายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตนำเข้า และเป็นยาปลอมที่ไม่มีคุณภาพหรือตัวยาน้อยกว่าที่กำหนด ร่วมกับการลักลอบจำหน่ายยาเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศและยาลดความอ้วน โดยสั่งปิดเว็บไซต์ไปแล้วกว่า 100 เว็บเมื่อปีที่แล้ว แต่ปัญหาคือเว็บไซต์ส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จึงเลี่ยงการตรวจสอบโดยการเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่า เว็บไซต์ผิดกฎหมายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสถิติการปิดเว็บไซต์ที่ทำผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ปีนี้ ได้ปิดเว็บการพนัน 1,467 ราย เว็บไซต์ลามก 4,785 ราย เว็บไซต์ยาเสพติด และขายยา 750 ราย


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน