กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงลงแม่น้ำมูล

กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงลงแม่น้ำมูล

กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงลงแม่น้ำมูล

รูปข่าว : กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงลงแม่น้ำมูล

กรมชลฯเร่งระบายน้ำเขื่อนลำตะคอง-ลำพระเพลิงลงแม่น้ำมูล

รองอธิบดีกรมชลประทานเผยเขื่อนลำตะคองและเขื่อนลำพระเพลิงมีน้ำเกินกว่าความจุของอ่าง โดยจะเร่งระบายน้ำทั้ง 2 เขื่อนลงสู่แม่น้ำมูลภายใน 3- 4 วันนี้ นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสาเหตุน้ำท่วมหนักในจังหวัดลพบุรีกับทีมข่าวทีวีไทยว่า กรมชลประทานเร่งระบายในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากจังหวัดนครสวรรค์ที่มีมากถึง 2,617 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้วยการระบายน้ำออกสู่คลองสาขาในจังหวัดต่างๆ และมีการระบายไปที่คลองชัยนาท-ป่าสัก ในจังหวัดลพบุรีด้วย โดยคลองนี้สามารถรับน้ำได้ 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เมื่อเกิดฝนตกในพื้นที่จึงทำให้มีน้ำจากอำเภอโคกสำโรง , หนองม่วง , สระโบสถ์ และโคกเจริญ เพิ่มเข้ามาอีก 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีส่งผลให้น้ำล้นตลิ่งและท่วมจังหวัดลพบุรีอย่างหนัก ขณะนี้กรมชลประทานได้ปิดประตูน้ำมโนรมย์ที่ระบายน้ำออกสู่คลองชัยนาท-ป่าสักแล้ว ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดลพบุรีคลี่คลายลงได้ ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางยังไม่น่าเป็นห่วง กรมชลประทานยังรับมือกับการระบายน้ำได้ แต่อาจมีจังหวัดสิงห์บุรี , อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยาที่จะยังได้รับผลกระทบอยู่

สำหรับการระบายน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือวันนี้ (19ต.ค.)เขื่อนลำตะคองมีเกินกว่าความจุของอ่างอยู่ร้อยละ 16 และเขื่อนลำพระเพลิงเกินอยู่ร้อยละ 30 โดยกรมชลประทานจะเร่งระบายน้ำทั้ง 2 เขื่อนลงสู่แม่น้ำมูล ภายใน 3- 4 วันนี้ โดยจังหวัดที่อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจากแม่น้ำมูลต่อไป คือ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร และอุบลราชธานี ซึ่งขณะนี้กำลังมีฝนตกลงมาในพื้นที่ และเริ่มมีน้ำท่วมบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามรองอธิบดีกรมชลประทานย้ำว่าได้แจ้งเตือนภัยไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาแล้วว่า อำเภอพิมายกำลังจะถูกน้ำท่วมหนักในวันพรุ่งนี้ (20ต.ค.) เนื่องจากศูนย์ส่งน้ำบำรุงรักษาทุ่งสัมฤทธิ์ต้องเปิดประตูเขื่อนระบายน้ำออก ไปสู่คลองชลประทาน เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำมูลในอำเภอพิมาย โดยขณะนี้เริ่มมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมในอำเภอพิมายแล้ว
ขณะที่ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร เผยว่าแม้ว่าจะมีหลายหน่วยงานที่รับผิดชอบระบบการเตือนภัยของประเทศอยู่ แต่ก็เป็นระบบที่กระจายตัว ไม่สามารถนำข้อมูลมาใช้ร่วมกันเพื่อการเตือนภัยล่วงหน้าได้ พร้อมย้ำว่าขณะนี้จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล กำลังน่าเป็นห่วง เพราะถ้ายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง สมทบกับน้ำจากเขื่อนที่เร่งระบายออกมา ก็อาจทำให้เกิดน้ำท่วมหนักได้ โดยเฉพาะที่จังหวัดยโสธร และอุบลราชธานี


แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน