กรมอุทยานฯสั่งวัดป่าฯห้ามแสดงเสือ หวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯสั่งวัดป่าฯห้ามแสดงเสือ หวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯสั่งวัดป่าฯห้ามแสดงเสือ หวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว

รูปข่าว : กรมอุทยานฯสั่งวัดป่าฯห้ามแสดงเสือ หวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว

กรมอุทยานฯสั่งวัดป่าฯห้ามแสดงเสือ หวั่นทำร้ายนักท่องเที่ยว กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมแจ้งวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ห้ามจัดแสดงเสือให้นักท่องเที่ยวชมเด็ดขาด หลังเกิดเหตุเสือทำร้ายเจ้าอาวาส ผจก.สวนเสือศรีราชาแนะวิธีสังเกตเสือก้าวร้าว ระบุไม่ควรอยู่กับเสือสองต่อสอง เพราะไว้ใจไม่ได้

นายนิพนธ์ โชติบาล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพระวิสุทธิ สารเถร เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน (วัดเสือ) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ถูกเสือตะปบได้รับบาดเจ็บว่า กรมอุทยานฯ เตรียมทำหนังสือส่งไปทางวัด เพื่อให้จัดทำมาตรการป้องกันเสือทำร้ายนักท่องเที่ยวและคนในวัด หลังจากเกิดกรณีเสือกัดเจ้าอาวาสขึ้น โดยห้ามทางวัดไม่ให้นำเสือออกมาเดินจูงโชว์ การเดินเล่น ให้นมเสือ และการเลี้ยงเสือโดยเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด

ส่วนการขอเข้าดูแลเสือของกลาง อธิบดีกรมอุทยานฯระบุว่า ได้แต่งตั้งนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เป็นประธานคณะทำงาน ร่วมกับตัวแทนจากท้องถิ่น เพื่อเข้าไปดูแลเสือของกลาง 147 ตัวที่ฝากทางวัดดูแล พร้อมหนังสือเป็นสัญญาฝากเลี้ยงและตั้งเงื่อนไข 3 เรื่องหลัก คือห้ามขยายพันธุ์เสือ ห้ามนำเสือออกมาโชว์หรือนำโชว์เพื่อเก็บเงินในเชิงพาณิชย์ และห้ามนำมาเดินจูงเล่น

ส่วนกรณีเสือกัดเจ้าอาวาส ทางกรมอุทยานฯ จะใช้เป็นเงื่อนไขในการยึดคืนเสือที่ฝากให้ทางวัดดูแลได้ทันที แต่ทางวัดขอเวลาในการแก้ปัญหา 1 เดือน โดยกรมอุทยานได้มีแผนรองรับเสือของกลางแล้ว หากในอนาคตต้องมีการยึดคืนเสือมาดูแลเองโดยได้มีการเตรียมสร้างกรงเลี้ยงและสถานที่ที่รองรับในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และเขาประทับช้าง จ.ราชบุรี คาดว่าจะสามารถรองรับเสือได้เพียง 70 -80 เท่านั้น

ทางด้านนายดุศิษย์ แก้วบุดศา ผู้จัดการสวนเสือศรีราชา จ.ชลบุรี เปิดว่า แม้เราจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดให้กับเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยว แต่ก็ย้ำเตือนให้ทุกคนตระหนักเสมอถึงอันตรายที่เกิดขึ้นได้ โดยวิธีสังเกตเสือที่เริ่มก้าวร้าวได้ง่าย ๆ คือ ใบหูที่ลู่ไปข้างหลังเล็กน้อยจะกางมาข้างหน้า และมีแววตาระวังภัย ถ้าพบเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ ให้ค่อยๆ หลบออกมา อีกทั้งควรระวังเท้าหน้าของเสือที่เวลาตกใจมักจะตะปบคนใกล้ตัว เพื่อยึดเป็นที่พึ่ง

“อายุของเสือก็สำคัญต่อความปลอดภัยของผู้คนที่เข้าใกล้ ซึ่งไม่ควรเกิน 2-6 เดือน เพื่อให้ผู้ชมสามารถปกป้องตัวเองได้ในระดับหนึ่ง หรือถ้าเป็นเสือที่โตเต็มวัยก็ควรมีโซ่คล้องไว้ เนื่องจากเวลาตกใจจะได้ไม่กระโจนตะกุยใส่ผู้ที่อยู่รอบข้าง และต้องมีเจ้าหน้าที่ขนาบข้างเพื่อการจัดการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้เมื่อเห็นเสือเริ่มเครียดและมีพฤติกรรมในข้างต้น ควรปล่อยไปเดินเล่นให้ผ่อนคลายไม่กักตัวไว้” ผู้จัดการสวนเสือศรีราชากล่าว

นายดุศิษย์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามไม่ควรให้คนอยู่กับเสือเพียงลำพัง โดยมาตรการของสวนเสือศรีราชา แม้แต่การล้างกรงก็ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเอง แต่จะต้อนเข้าสู่กรงข้างเคียงแล้วเอาน้ำฉีด หรือถ้าจำเป็นต้องเข้าในบริเวณที่มีเสือก็ให้พกไม้ และต้องมีเพื่อนเข้าไปคู่กันเผื่อมีเหตุฉุกเฉิน


กลับขึ้นด้านบน