ทดสอบ “รถเมล์ไฟฟ้า” หวังลดมลพิษในกรุงฯ หรือการโยนหินถามทางของ ขสมก.

ทดสอบ “รถเมล์ไฟฟ้า” หวังลดมลพิษในกรุงฯ หรือการโยนหินถามทางของ ขสมก.

ทดสอบ “รถเมล์ไฟฟ้า” หวังลดมลพิษในกรุงฯ หรือการโยนหินถามทางของ ขสมก.

รูปข่าว : ทดสอบ “รถเมล์ไฟฟ้า” หวังลดมลพิษในกรุงฯ หรือการโยนหินถามทางของ ขสมก.

ทดสอบ “รถเมล์ไฟฟ้า” หวังลดมลพิษในกรุงฯ หรือการโยนหินถามทางของ ขสมก.   รถบัสปรับอากาศสีเขียวแปลกตา จอดเทียบอยู่ริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หากไม่มีตัวหนังสือ “ทดลองวิ่ง บริการฟรี” ก็คิดว่าเป็นรถบัสรับ-ส่งพนักงานปกติทั่วไปใช้เช้าวันธรรมดา

เข้าไปใกล้จึงรู้ว่าเป็นรถเมล์ไฟฟ้าของบริษัท ล็อกเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ที่เปิดตัวผ่านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่เปิดทดลองวิ่งให้บริการแก่ประชาชนฟรี 3 สาย ในวันที่แตกต่างกันดังนี้ เส้นทางที่ 1 สาย 511 วัดธาตุทอง - ประตูน้ำ วันที่ 2-5 และ 8-9 มิ.ย. เส้นทางที่ 2 สาย 141 ตลาดโพธิ์ทอง - จุฬาฯ วันที่ 10-11 และ15-18 มิ.ย. และ เส้นทางที่ 3 สาย 63 แคราย - อนุสาวรีย์ชัยฯ 19, 22-23, 26, 29-30 มิ.ย.

วันนี้คือการทดลองวิ่งเป็นครั้งแรก ด้วยระยะทาง 26 กิโลเมตร จากหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ผ่านประตูน้ำ สยาม และวนกลับมาที่หน้าห้างสรรพสินค้าฯเหมือนเดิม

ก่อนรถเมล์ไฟฟ้าจะได้แสดงสมรรถนะ ผู้สื่อข่าวจึงสำรวจความ พบว่ารถคันดังกล่าวมีที่นั่งจำนวน 29 ที่นั่ง เบาะที่นั่งสะดวกสบาย มีทางเดินตรงกลางเหมือนรถโดยสารทั่วไป พร้อมกับราวจับเป็นช่วง ๆ ทางขึ้นลงของรถถูกสร้างให้มีระดับต่ำ สูงจากพื้นถนนประมาณ 1 ฟุตเท่านั้น ซึ่งเมื่อจอดเทียบกับทางเท้า จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการที่ใช้รถเข็นได้เป็นอย่างดี

และสิ่งหนึ่งที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของการใช้รถพลังงานไฟฟ้าก็คือ การลดมลพิษทางอากาศ และมลพิษทางเสียง ทำให้เมื่อรถเคลื่อนออกไปเราแทบไม่ได้ยินเสียงเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางรอยยิ้มของผู้โดยสารซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และแขกรับเชิญ ที่พึงพอใจกับสมรรถนะรถพลังงานไฟฟ้าคันนี้

นางกุศล ศรีอุทัย ข้าราชการบำนาญ อายุ 81 ปี รู้สึกตื่นเต้นที่มีโอกาสทดลองใช้ โดยวันนี้ตื่นเช้าออกจากบ้านย่านถ.จรัญสนิทวงศ์ เพื่อมาเป็นผู้โดยสารรับเชิญทดลองนั่งรถคันนี้เป็นคนแรก บอกว่า รถเมล์ไฟฟ้ามีความสะดวก สะอาด แอร์เย็น และน่าจะช่วยเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นการลดควันดำ ลดมลพิษในกรุงเทพฯได้ แต่สิ่งที่ยังเป็นห่วงคือ เรื่องค่าโดยสาร ต้องการให้เก็บราคาค่าโดยสารเท่าเดิมที่เคยใช้บริการอยู่คือ 13 บาท

ขณะที่ นายกมลธัช ไพฑูรย์วิรัชชัย ผู้ดูแลชมรมคนรักรถเมล์ www.bangkokbusclub.com บอกว่า รถเมล์ไฟฟ้าจะมีเสียงเบาและเงียบกว่ารถเมล์ทั่วไป มีอุปกรณ์ทางราบสำหรับผู้พิการ ในอนาคตหากมีการนำเข้ารถเมล์ไฟฟ้าเข้ามาใช้มากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมีข้อดีทั้งเรื่องการประหยัดพลังงานและลดมลพิษ

และคนที่พลาดการพูดคุยด้วยไม่ได้ คือ น.ส.ศศิประภา โสภักดี โชเฟอร์สาว จากบริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เล่าถึงสมรรถนะของรถเมล์ไฟฟ้าคันนี้ หลังจากผู้โดยสารมีความกังวลว่า จะมีพลังขับเคลื่อนได้ดีเท่ากับรถที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นหรือไม่ น.ส.ศศิประภายืนยันว่า รถเมล์ไฟฟ้าสามารถขับขึ้นสะพานได้เป็นอย่างดี ออกตัวได้สบายใจ ไม่ต้องเร่งเครื่องให้ได้รอบก่อนจึงจะขึ้นไปได้

ซึ่งรถเมล์ไฟฟ้าจะใช้ความเร็วในการเดินรถได้ไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระบบสตาร์ทรถแบบไร้กุญแจ มีความปลอดภัยของระบบป้องกันความร้อนและการลัดวงจร บรรจุแบตเตอรี่ 324 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ใช้เวลาในการชาร์จไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 5 ชั่วโมง วิ่งได้ในระยะทาง 250 กิโลเมตร

นอกจากนี้ นางปราณี ศุกระศร กรรมการบริหารกิจการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เล่าถึงที่มาของรถเมล์ไฟฟ้าว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เสนอว่า ต้องการทดลองวิ่งรถเมล์ไฟฟ้า โดย ขสมก. ตอบรับการทดลองวิ่งในเส้นทาง เพื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะ ส่วนความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้บริการรถเมล์ไฟฟ้านั้นอาจจะอยู่ในระยะเวลา 1-2 ปี และคาดว่าจะนำมาวิ่งไม่เกิน 400-500 คัน ขณะนี้ ขสมก. ยังไม่มีการตั้งงบประมาณ เนื่องจากรถเมล์ไฟฟ้ามีราคาค่อนข้างสูง โดยขึ้นอยู่กับทางรัฐบาลว่าสนใจที่จะลงทุนหรือไม่ หรือมีวิธีการอย่างไรที่ขสมก.ไม่ต้องลงทุนเอง

“ถ้ารัฐบาลเห็นว่า การนำรถโดยสารที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามาใช้มันจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวม ก็อาจจะมีการลงทุนให้ หรือมีวิธีการที่ขสมก.ไม่ต้องลงทุนเอง เป็นเรื่องของนโยบาย” นางปราณีกล่าวและยังเปรียบเทียบว่า รถเมล์เอ็นจีวีมีราคาถูกกว่ารถเมล์ไฟฟ้า ทำให้คืนทุนเร็วกว่า ขณะที่รถเมล์ไฟฟ้าไม่มีมลพิษ ส่งผลดีต่อสุขภาพของประชาชน

ด้าน ดร.โกศล สุรโกมล ที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าที่นำเข้ามาจะมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 20 ปี ส่วนแบตเตอรี่มีประสิทธิภาพคงที่ไม่ต่ำกว่า 15 ปี ระบบการขับเคลื่อนของรถทำงานด้วยไฟฟ้าจากแบตเตอรี่โดยตรง ขณะนี้ทางบริษัทจะนำรถเมล์ไฟฟ้าเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้ทดลองใช้บริการ และในอนาคตจะตั้งฐานผลิตในไทยร่วมกับผู้ประกอบการของจีนด้วย
“ทางล็อกซเล่ย์มีความพร้อมอย่างมาก หากขสมก.เปิดประมูลรถเมล์ไฟฟ้า และในอนาคตทางบริษัทจะตั้งฐานผลิตในไทยร่วมกับผู้ประกอบการของจีน เพราะมองว่าทุกจังหวัดของไทยจะต้องใช้รถโดยสารไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 20,000 คัน นอกจากนี้ยังตั้งเป้าจำหน่ายในอาเซียนด้วย โดยรถเมล์ไฟฟ้าคันนี้ เป็นรถที่ล็อกซเลย์นำเข้ามาจากประเทศจีน ราคาคันละ 15 ล้านบาท”

รถเมล์ไฟฟ้าวนกลับมาจอดที่เดิม ขณะที่ยังมีคำถามที่ยังไม่มีคำตอบอีกหลายข้อ ที่อาจต้องให้ผู้อ่านช่วยกันหาคำตอบบ้างก็คือ ดีหรือไม่หากจะมีรถเมล์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษในกรุงเทพฯ, ราคารถเมล์คันละ 15 ล้านบาท คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่, หากขสมก.ต้องซื้อรถเมล์ไฟฟ้าจะสร้างภาระและหนี้สินในการลงทุนระยะยาวหรือไม่ ฯลฯ

วรรณพร แก้วแพรก เรื่อง
ธันยพร บัวทอง ภาพ 


กลับขึ้นด้านบน