ศาลฎีกานัดฟังคำตัดสินคดี "เสริมสุข" ฟ้อง "บางกอกโพสต์" 29 มิ.ย.

ศาลฎีกานัดฟังคำตัดสินคดี "เสริมสุข" ฟ้อง "บางกอกโพสต์" 29 มิ.ย.

ศาลฎีกานัดฟังคำตัดสินคดี "เสริมสุข" ฟ้อง "บางกอกโพสต์" 29 มิ.ย.

รูปข่าว : ศาลฎีกานัดฟังคำตัดสินคดี "เสริมสุข" ฟ้อง "บางกอกโพสต์" 29 มิ.ย.

ศาลฎีกานัดฟังคำตัดสินคดี นายเสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าว สถานีโทรทัศน์นิวทีวี อดีตหัวหน้าข่าวสายความมั่นคง หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เปิดเผยว่าศาลฎีกาได้นัดฟังคำตัดสินในคดีที่ตนเป็นโจทก์ฟ้องผู้บริหารหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เลิกจ้างไม่ธรรม จากเหตุรายงานข่าวรันเวย์สุวรรณภูมิร้าวเมื่อปี 2548

นายเสริมสุขโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ (3 มิ.ย.2558) ระบุว่าตนได้รับหมายศาลจากนายนคร ชมพูชาติ ทนาย ว่าวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ศาลฎีกาได้นัดฟังคำสั่งในคดีที่ตนเป็นโจทก์ฟ้องบริษัท โพสต์พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เลิกจ้างไม่เป็นธรรม หลังถูกไล่ออกจากงานเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2548 จากเหตุรายงานข่าวรันเวย์สุวรรณภูมิร้าว เป็นข่าวนำหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 9 ส.ค. 2548

นายเสริมสุขลำดับเหตุการณ์ของคดีดังกล่าวไว้ว่า หลังข่าวถูกตีพิมพ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่าข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริงและเห็นว่าการนำเสนอข่าวลักษณะนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเสียหายและได้สั่งให้กระทรวงคมนาคมฟ้องบางกอกโพสต์ในคดีอาญาเมื่อกลางเดือนสิงหาคม 2548 แต่หลังจากนั้นได้ถอนฟ้องในอีก 4 ปีต่อมา

ในส่วนของนายเสริมสุขได้ฟ้องศาลแรงงานกรณีบางกอกโพสต์เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งศาลแรงงานตัดสินเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2550 ให้โจทก์คือนายเสริมสุขชนะคดี โดยศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจในการสั่งให้นำเสนอข่าวหรือไม่นำเสนอข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ แต่เป็นอำนาจของหัวหน้ากองบรรณาธิการและการตัดสินใจนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นการตัดสินใจร่วมกันของกองบรรณาธิการ การที่จำเลยลงโทษโจทก์ด้วยการเลิกจ้างถือเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ในคำตัดสินของศาล ได้สั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแต่ไม่มีคำสั่งให้จำเลยจ่ายเงินค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้อง ทั้งโจทก์และจำเลยได้ฎีกาคำตัดสินเมื่อปลายปี 2550

นายเสริมสุขระบุว่าตนตัดสินใจฟ้องบางกอกโพสต์เพื่อต้องการให้เป็นบรรทัดฐานต่อสังคม

"เชื่อว่าคำตัดสินในคดีนี้ที่จะมีขึ้นในเวลา 09.00 ของวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย. จะเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญต่อวงการหนังสือพิมพ์ในประเทศ" นายเสริมสุขกล่าว


กลับขึ้นด้านบน