ขายคอนเทนต์ต่อยอดมูลค่าภาพยนตร์ ทางรอดคนทำหนังไทย

ขายคอนเทนต์ต่อยอดมูลค่าภาพยนตร์ ทางรอดคนทำหนังไทย

ขายคอนเทนต์ต่อยอดมูลค่าภาพยนตร์ ทางรอดคนทำหนังไทย

ในภาวะที่คนทำหนังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายไม่เฉพาะทุนสร้าง ยังรวมถึงต้องแข่งขันกับหนังบ็อกบลัสเตอร์ที่ช่วงชิงจำนวนโรงฉาย ส่งให้รายได้จากการฉายหนังอาจไม่สูงนัก ผู้สร้างหลายคนพยายามหาทางออกโดยการขายและพัฒนาคอนเทนต์จากหนังเพื่อให้คุ้มทุนที่สุด

รูปข่าว : ขายคอนเทนต์ต่อยอดมูลค่าภาพยนตร์ ทางรอดคนทำหนังไทย

วันที่ (5 พ.ย. 2559) เมื่อระยะเวลาในการพิสูจน์คุณภาพและทำรายได้ของหนังขึ้นอยู่กับ 4 วันแรก ก่อนที่โรงหนังจะตัดสินใจให้ฉายต่อหรือถอดออก กลายเป็นความเสี่ยงที่คนทำหนังต้องแบกรับ ร่วมกับการแบ่งกำไรที่ได้ให้กับโรงกว่าครึ่ง และจ่ายค่าธรรมเนียมเปลี่ยนเครื่องฉายกว่า 2 หมื่นบาทต่อโรง

ภาระค่าใช้จ่ายที่ตกอยู่กับคนทำหนัง ส่งให้ผู้กำกับหนังนอกกระแส ณิชภูมิ ชัยอนันต์ พยายามหาทางปรับตัวโดยการลดรอบฉาย อย่างภาพยนตร์เรื่องล่าสุด “เมื่อฝนหยดลงบนหัว” ออกโรงฉายในสัปดาห์แรกเพียงแค่ 4 โรงเท่านั้น โดยลดลงจากหนังเรื่องแรก “พี่ชาย My Bromance” ที่สัปดาห์แรกเข้าฉายจำนวน 7 โรง และหาช่องทางสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่มีอยู่

การขายคอนเทนต์ทั้งหมดที่ทำในภาพยนตร์ ทั้งเพลงประกอบหนัง ดนตรีบรรเลง รวมถึงบท เริ่มทำตั้งแต่เรื่อง พี่ชาย My Bromance หนังอินดี้ที่ทำเงินสูงสุดในไทย ณิชภูมิก็ขายลิขสิทธิ์เพื่อไปผลิตเป็นซีรีส์ออกอากาศทางช่องทีวีหลัก ซึ่งกลยุทธ์นี้ถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ที่เตรียมลงคิวฉาย เมื่อฝนหยดลงบนหัว ด้วยเช่นกัน

มีภาพยนตร์จำนวนไม่น้อย ที่นำคอนเทนต์จากภาพยนตร์มาผลิตใหม่ในรูปแบบสื่อต่างๆ เช่น "คิวชู แล้วพรุ่งนี้เราคงจะรู้กัน" ที่นำเรื่องราวซึ่งไม่ได้เห็นในหนังของ แดน-วรเวช และ แอ๊ะ-ละอองฟอง มาต่อยอดเป็นซีรีส์ หรือ "คนเห็นผี" ของ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ที่ทำใหม่ในรูปแบบคอมมิก รวมถึงงนวนิยายเรื่อง "รุ่นพี่" ผลงาน วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่ดัดแปลงมาจากบทภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน

การพยายามหาช่องทางสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่มี ทำให้ นนทกร ทวีสุขวางแผนใช้คาแรคเตอร์ตัวละครเอกจากภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่อง "วานรคู่ฟัด" มาต่อยอดเป็นเกมในสมาร์ทโฟน หวังเป็นอีกช่องทางรายได้หลังทุ่มทุนทำหนังไปกว่า 30 ล้านบาท

คาดการณ์ว่าการก้าวเข้ามาของผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่งรายใหญ่อย่าง Netflix ที่เริ่มบุกตลาดเอเชีย จะเป็นอีกทางเลือก-ทางรอดของคนทำหนังไทย ที่จะได้พื้นที่ฉายหนังและรับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม ทั้งยังเป็นพื้นที่ผลักดันหนังไทยคุณภาพให้เป็นที่รู้จักในสายตานานาชาติมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน