ผบ.สส.-ทูตสหรัฐฯ เปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ที่สัตหีบ

ผบ.สส.-ทูตสหรัฐฯ เปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ที่สัตหีบ

ผบ.สส.-ทูตสหรัฐฯ เปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ที่สัตหีบ

รูปข่าว : ผบ.สส.-ทูตสหรัฐฯ เปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ที่สัตหีบ

กองทัพไทย สหรัฐอเมริกา และมิตรประเทศรวม 7ประเทศ ร่วมเปิดฝึกคอบร้าโกลด์16 อย่างเป็นทางการ โดยปีนี้ยังคงเน้นเตรียมพร้อมด้านการทหารและรักษาสันติภาพที่เข้มข้น

วันนี้ (9 ก.พ.2559) พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และนาย กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 16 ณ กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย อัครราชทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย และอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เข้าร่วมด้วย

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการฝึกร่วมผสมทางทหารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกาภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการฝึกในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 35 โดยมีวัตถุประสงค์การฝึกเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคงในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้ง เพื่อมุ่งไปสู่กองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางทหาร ระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพมิตรประเทศที่เข้าร่วมการฝึกที่ดีอยู่แล้วให้กระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

การฝึกคอบร้าโกลด์ในปีนี้ระหว่างวันที่ 9– 19 กุมภาพันธ์ มีประเทศที่เข้าร่วมการฝึกรวมทั้งสิ้น 27 ประเทศ โดยมีประเทศเข้าร่วมการฝึกหลัก จำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ไทย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยมีประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย เข้าร่วมในส่วนโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ยังมีประเทศในโครงการฝ่ายเสนาธิการผสมนานาชาติ 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี บังกลาเทศ เนปาล มองโกเลีย และฟิลิปปินส์ ประเทศที่เข้าร่วมสังเกตการณ์การฝึก จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว เวียดนาม ชิลี เนเธอร์แลนด์ บรูไน แอฟริกาใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย โดยใช้พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเป็นหลัก

การฝึกคอบร้าโกลด์ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อนานาชาติในการเตรียมความพร้อมด้านการทหารที่มีความเข้มแข็ง ทันสมัย สามารถตอบสนองภารกิจในการรักษาสันติภาพ และการบรรเทาภัยพิบัติของโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถและพัฒนาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเหล่าทัพต่างๆ ภายในกองทัพไทย กับกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกอองทัพ และพัฒนาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการสร้างเสริมรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่การฝึกอีกทางหนึ่งด้วย

กลับขึ้นด้านบน