“ไทยทีวี”รอมติกสท.เป็นทางการค่อยร้องศาลปกครอง ยันไม่จ่ายค่าประมูลงวด 2 -288 ล้าน และอีก 5 งวด

“ไทยทีวี”รอมติกสท.เป็นทางการค่อยร้องศาลปกครอง ยันไม่จ่ายค่าประมูลงวด 2 -288 ล้าน และอีก 5 งวด

“ไทยทีวี”รอมติกสท.เป็นทางการค่อยร้องศาลปกครอง ยันไม่จ่ายค่าประมูลงวด 2 -288 ล้าน และอีก 5 งวด

รูปข่าว : “ไทยทีวี”รอมติกสท.เป็นทางการค่อยร้องศาลปกครอง ยันไม่จ่ายค่าประมูลงวด 2 -288 ล้าน และอีก 5 งวด

ฝ่ายกฎหมายไทยทีวีคาดอีก 2-3 เดือน จึงจะยื่นฟ้องกสทช. ต้องรอหนังสือแจ้งมติจาก กสทช.-แบงก์กรุงเทพฯ เป็นทางการ หลังกสท.มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต 2 ช่องดิจิทัล “ไทยทีวี-โลก้า”

วันนี้ (9 ก.พ.) นายสุชาติ ชมกุล ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย บริษัท ไทยทีวี เปิดเผยว่า ขณะนี้จะยังไม่เดินทางไปศาลปกครองหลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ สถานีโทรทัศน์ช่องไทยทีวี และ ช่อง โลก้าทีวี และสั่งให้บริษัทไทยทีวี จ่ายเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลที่ยังไม่ได้ชำระรวมอีก 5 งวด เป็นเงินกว่า 1,634 ล้านบาท พร้อมค่าปรับเฉลี่ยวันละ 60,000 บาท ภายใน 30 วัน

ซึ่งขณะนี้ บริษัทไทยทีวี ต้องรอหนังสือจากสำนักงานกสทช. ที่ต้องแจ้งมติของคณะกรรมการ กสท. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2559 เกี่ยวกับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ และใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เป็นทางการ โดยหากได้รับหนังสือแล้ว ทางบริษัทจะตอบกลับ สำนักงานกสทช.ว่า ไม่ยินยอมจ่ายเงินประมูลงวดที่สอง จำนวน 288 ล้านบาท และงวดที่เหลืออีก 5 งวด เนื่องจาก บริษัทเคยยื่นฟ้องต่อประเด็นดังกล่าวไปแล้ว ว่า กสทช.ไม่สามารถเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล ได้ตามแผนงานที่กำหนด

จากนั้นหากสำนักงาน กสทช. ได้หนังสือตอบกลับจาก บริษัทไทยทีวีแล้ว ทางสำนักงาน กสทช. จะต้องส่งหนังสือไปแจ้งต่อธนาคารกรุงเทพ ในฐานะสถาบันการเงินที่ค้ำประกันหลักทรัพย์ให้กับบริษัทไทยทีวี เพื่อแจ้งขอยึดหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แบงก์การันตี) รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งเมื่อนั้นทางธนาคารจะต้องทำหนังสือมาสอบถามกับบริษัทไทยทีวี ซึ่งก็จะยืนยันว่า ไม่ยินยอมให้ทางธนาคารจ่ายหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งทางธนาคาร จะต้องนำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ของทางธนาคารกรุงเทพเอง เพื่อพิจารณาว่าจะตัดสินใจอย่างไร

“จากมติกสท. เมื่อวานนี้ออกมา และว่าที่หนังสือจะมาถึงไทยทีวี ก็มีเวลา 30 วัน และกว่าไทยทีวี จะต้องกลับไปที่ สำนักงานกสทช. ก็มีระยะเวลาเช่นกัน หลังจากนั้น กสทช.ก็ต้องทำหนังสือไปถึงธนาคาร แล้วธนาคารก็ต้องทำหนังสือมาถึงบริษัทไทยทีวีอีก และหากเรายืนยันว่า เราไม่ยินยอมให้ยึดแบงค์การันตี ทางผู้บริหาร หรือบอร์ดแบงก์ ก็ต้องไปประชุมกัน กว่าจะถึงเวลานั้น ก็ต้องรออีก 2-3 เดือน กว่าที่บริษัทไทยทีวี จะยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้ระงับคำสั่งตามมติบอร์ด กสท. ทุกอย่างมีกระบวนการ มีขั้นตอน และต้องรอหนังสือที่เป็นทางการ อยู่ๆ บริษัทจะไปฟ้องศาลเลยก็ไม่ได้ เราต้องมีหลักฐาน ตามกระบวนการ และเป็นสิทธิ์ในการต่อสู้ของบริษัท” นายสุชาติกล่าว

กลับขึ้นด้านบน