ผบ.สส.เมียนมา ต่ออายุราชการอีก 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

ผบ.สส.เมียนมา ต่ออายุราชการอีก 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

ผบ.สส.เมียนมา ต่ออายุราชการอีก 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

รูปข่าว : ผบ.สส.เมียนมา ต่ออายุราชการอีก 5 ปี ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

องค์การสหประชาชาติแสดงความกังวลข้อตกลงสันติภาพในเมียนมา หลังกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐฉาน 2 กลุ่มปะทะกันอย่างดุเดือด ขณะที่มีกระแสข่าวว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาได้ต่ออายุราชการอีก 5 ปี เพื่อสานต่อช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

วันนี้ (16 ก.พ.2559) แหล่งข่าวใกล้ชิดกับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา เปิดเผยว่า พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย จะได้รับการต่ออายุราชการในกองทัพอีก 5 ปี หลังจากขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2554 โดยชี้แจงว่าหากเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการทหารสูงสุดในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์อยู่ในขณะนี้ เกรงว่าผู้ที่จะมาทำหน้าที่แทนคงไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะผลักดันประเทศให้ก้าวหน้าไปได้ ดังนั้น พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย จึงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุด

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เดอะ ว๊อยซ์ ของเมียนมา เปิดเผยว่า พล.อ.อาวุโสโซ วิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะได้รับการต่ออายุราชการเช่นเดียวกัน โ ขณะที่กองทัพเมียนมายังไม่ออกมายืนยันรายงานข่าวดังกล่าว

สำหรับ พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย มีบทบาทอย่างมากในการเป็นผู้เจรจาและเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกองทัพและพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในเร็วๆนี้ จึงถูกมองว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ได้ต่ออายุราชการเพื่อทำหน้าที่นี้ต่อไป

ส่วนสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานโดยอ้างหัวหน้าสำนักงานเพื่อความร่วมมือด้านมนุษยธรรมขององค์การสหประชาชาติว่า เกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังของสภาเพื่อกอบกู้รัฐฉานและกองกำลังปลดปล่อยชาติปะหล่องทางตอนเหนือของรัฐฉาน ทำให้ประชาชนกว่า 3,000 คนต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่เข้าไปอาศัยในวัดและรับความช่วยเหลือจากประชาชนในท้องถิ่น รวมทั้งสภากาชาดเมียนมา

ขณะนี้ ยังไม่ทราบชนวนเหตุของการปะทะกันครั้งนี้ แต่คาดว่าสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจากข้อตกลงหยุดยิงไม่ได้ครอบคลุมกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม ทำให้บางกลุ่มปะทะกันเพื่อควบคุมอาณาเขตของตัวเอง

 

กลับขึ้นด้านบน