ชาวบ้านสร้างฝายกั้นแม่น้ำวัง จ.ลำปาง - อบต.หูกวาง จ.นครสวรรค์ ขุดลอกแม่น้ำปิงส่งน้ำผลิตประปา

ชาวบ้านสร้างฝายกั้นแม่น้ำวัง จ.ลำปาง - อบต.หูกวาง จ.นครสวรรค์ ขุดลอกแม่น้ำปิงส่งน้ำผลิตประปา

ชาวบ้านสร้างฝายกั้นแม่น้ำวัง จ.ลำปาง - อบต.หูกวาง จ.นครสวรรค์ ขุดลอกแม่น้ำปิงส่งน้ำผลิตประปา

รูปข่าว : ชาวบ้านสร้างฝายกั้นแม่น้ำวัง จ.ลำปาง - อบต.หูกวาง จ.นครสวรรค์ ขุดลอกแม่น้ำปิงส่งน้ำผลิตประปา

ชาวบ้านแม่ถอด ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง สร้างฝายกั้นน้ำในแม่น้ำวัง หลังระดับน้ำลดลง ขณะที่องค์การบริหารส่วนตำบลหูกวาง อ.บรรพตพิสัย ร่วมกับเจ้าท่า จ.นครสวรรค์ ขุดลอกแม่น้ำปิง เพื่อส่งน้ำไปยังโรงผลิตประปาหมู่บ้าน หลังแม่น้ำปิงช่วงผ่านพื้นที่แห้งขอด

วันนี้ (22 ก.พ.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนา ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร ระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 20 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำยม ข้ามฝายเก็บน้ำบ้านพญาวัง ก่อนเดินเครื่องโรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า หล่อเลี้ยงนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ ที่กำลังขาดน้ำ ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลหูกวาง อ.บรรพตพิสัย ร่วมกับเจ้าท่า จ.นครสวรรค์ นำรถแบ็คโฮเข้าขุดลอกแม่น้ำปิง เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไปยังโรงผลิตประปาหมู่บ้าน หลังแม่น้ำปิงช่วงผ่านพื้นที่แห้งขอด

ชาวบ้านแม่ถอด ต.แม่ถอด อ.เถิน จ.ลำปาง นำกระสอบทรายสร้างฝายกั้นน้ำในแม่น้ำวัง หลังระดับน้ำลดลง ขณะที่บ่อบาดาลในหมู่บ้านตลอด 2 ฝั่งแม่น้ำ เหลือน้อยลงเช่นกัน ด้านทหารหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา นำรถผลิตน้ำประปาสนามไปผลิตน้ำอุปโภคบริโภคให้กับชาวบ้านนาเจริญ ต.ป่าซาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย หลังประสบปัญหาภัยแล้ง

ชาวนาใน ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ต้องหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย อาทิ บวบ พริก ข้าวโพด และหลังชลประทานหยุดการส่งน้ำ สามารถเก็บผลผลิตขายได้ทุกวัน ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาในเขตเมืองบุรีรัมย์ เหลือน้ำเพียง 6 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเต็ม 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ชลประทานงดปล่อยน้ำทำเกษตร แต่จะเน้นส่งน้ำเพื่อการผลิตประปาให้กับ 5 หมู่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียง

ขณะที่สวนแตงโม ต.เหล่าบัวบาน อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม เริ่มตายเพราะขาดน้ำ แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลจะมีนโยบายให้งดทำนาปรัง และหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อย แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ผลผลิตเสียหาย

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่าน อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับแก่งสะพือ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกลางแม่น้ำมูล มีวัชพืชและผักตบชวา ลอยติดตามโขดหิน และเกิดตะไคร่น้ำ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง จนกระทบกับร้านค้าในพื้นที่ ขณะที่ จ.นครพนม ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้งแล้ว คือ อ.นาหว้า และ อ.โพนสวรรค์ ชาวบ้านขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภครวม 6 ตำบล 54 หมู่บ้าน พื้นที่เกษตรเสียหายกว่า 10,000 ไร่

ส่วนเกษตรกร ต.ทองหลาง อ.บ้านนา และ ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก ที่ทำสวนผักและปลูกผลไม้กว่า 200 ไร่ เร่งสูบน้ำในคลอง 30 ที่เหลือเพียงเล็กน้อย และคาดว่าจะหมดลงในอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์ ปัญหาสำคัญ คือน้ำต้นทุนจากคลอง 29 แม่น้ำสายนครนายก-รังสิต ไหลมาไม่ถึง เพราะมีเศษวัชพืชจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา ขณะที่เกษตรกรบางส่วนหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยอย่างพริกแทนแล้ว

กลับขึ้นด้านบน