ประปาบุรีรัมย์เหลือน้ำ 6 ล้านลบ.ม. บรรพตพิสัยลอกแม่ปิงเปิดทางส่งน้ำผลิตประปา

ประปาบุรีรัมย์เหลือน้ำ 6 ล้านลบ.ม. บรรพตพิสัยลอกแม่ปิงเปิดทางส่งน้ำผลิตประปา

ประปาบุรีรัมย์เหลือน้ำ 6 ล้านลบ.ม. บรรพตพิสัยลอกแม่ปิงเปิดทางส่งน้ำผลิตประปา

รูปข่าว : ประปาบุรีรัมย์เหลือน้ำ 6 ล้านลบ.ม. บรรพตพิสัยลอกแม่ปิงเปิดทางส่งน้ำผลิตประปา

ภาคเหนือ กลาง ตะวันออก คาดมีฝนตกลงมาพรุ่งนี้ หวังบรรเทาความแห้งแล้งได้บ้าง ขณะที่หลายพื้นที่วิกฤตกว่าเดิม

วันนี้ (23 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า ขณะนี้หลายๆ พื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งก็มีความพยายามที่จะใช้หลายๆวิธีเพื่อให้ได้น้ำมาใช้อุปโภค-บริโภค และทำเกษตร

ชาวนา ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร ระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 20 เครื่อง สูบน้ำจากแม่น้ำยม ข้ามฝายเก็บน้ำ บ้านพญาวัง ก่อนเดินเครื่องโรงสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า หล่อเลี้ยงนาข้าวกว่า 1,000 ไร่ ที่กำลังขาดน้ำ

 

ส่วนที่จ.นครสวรรค์ องค์การบริหารส่วนตำบลหูกวาง อ.บรรพตพิสัย ร่วมกับ เจ้าท่าจังหวัด นำรถแบ็คโฮเข้า ขุดลอกแม่น้ำปิง เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อส่งน้ำไปยังโรงผลิตประปาหมู่บ้าน หลังแม่น้ำปิงช่วงผ่านพื้นที่แห้งขอด

อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาในเขตเมืองบุรีรัมย์ เหลือน้ำเพียง 6 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเต็ม 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้ชลประทานงดปล่อยน้ำทำเกษตร แต่จะเน้นส่งน้ำเพื่อการผลิตประปา ให้กับ 5 หมู่บ้าน ในพื้นที่ใกล้เคียง

 

ส่วนระดับน้ำในแม่น้ำมูล ที่ไหลผ่านอ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับแก่งสะพือ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติกลางแม่น้ำมูล มีวัชพืชและผักตบชวา ลอยติดตามโขดหิน และเกิดตะไคร่น้ำ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง จนกระทบกับร้านค้าในพื้นที่

ที่ภาคกลาง เกษตรกรตำบลทองหลาง อ.บ้านนา และต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก ที่ทำสวนผักและปลูกผลไม้กว่า 200 ไร่ เร่งสูบน้ำในคลอง 30 ที่เหลือเพียงเล็กน้อย และคาดว่าจะหมดลงในอีกไม่ถึง 1 สัปดาห์

 

ปัญหาสำคัญ คือ น้ำต้นทุนจากคลอง 29 แม่น้ำสายนครนายก-รังสิต ไหลมาไม่ถึง เพราะมีเศษวัชพืชจำนวนมาก จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา ขณะที่เกษตรกรบางส่วน หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย อย่างพริก แทนแล้ว

ส่วนสภาพอากาศและฝน วันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) หลายๆ จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก คาดว่าจะมีฝนตกลงมา เพราะจะมีมวลอากาศเย็นอีกระลอกแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย และตอนนี้่หลายพื้นที่อากาศร้อนขึ้น จึงทำให้เกิดฝนได้ อย่างภาคเหนือ วันนี้ช่วงเช้ายังมีอากาศเย็น แต่พอถึงกลางวันจะร้อน กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า อุณหภูมิสูงสุดอยู่ระหว่าง 34-36 องศาเซลเซียส ร้อนสุดวันนี้อยู่ที่ตากและแม่ฮ่องสอน 36 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศร้อนในตอนกลางวันเช่นกัน อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ร้อนสุดอยู่ที่อุบลราชธานี 36 องศาเซลเซียส และเช่นเดียวกับภาคเหนือ คือ ตอนเช้าๆหลายจังหวัดยังมีอากาศเย็นอยู่

 

ที่ภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุดของภาคกลางอยู่ระหว่าง 35-37 องศาเซลเซียส ร้อนสุดอยู่ที่นครสวรรค์ 37 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานคร อุณหภูมิสูงสุด 33 องศาเซลเซียส ที่ภาคตะวันออก อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ร้อนสุดอยู่ที่ปราจีนบุรี และ สระแก้ว 26 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้วันนี้อากาศดีไม่มีฝน คลื่นลมก็ไม่แรงเหมาะกับการท่องเที่ยว แต่น่าจะกลับมามีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.)

กลับขึ้นด้านบน