"ติ๋ม ทีวีพูล"เข้าชี้แจงไต่สวนนัดแรก คดีขอศาลสั่งระงับจ่ายแบงก์การันตี กว่า 1,700 ลบ.ค่าประมูลทีวีดิจิทัล

"ติ๋ม ทีวีพูล"เข้าชี้แจงไต่สวนนัดแรก คดีขอศาลสั่งระงับจ่ายแบงก์การันตี กว่า 1,700 ลบ.ค่าประมูลทีวีดิจิทัล

"ติ๋ม ทีวีพูล"เข้าชี้แจงไต่สวนนัดแรก คดีขอศาลสั่งระงับจ่ายแบงก์การันตี กว่า 1,700 ลบ.ค่าประมูลทีวีดิจิทัล

รูปข่าว : "ติ๋ม ทีวีพูล"เข้าชี้แจงไต่สวนนัดแรก คดีขอศาลสั่งระงับจ่ายแบงก์การันตี กว่า 1,700 ลบ.ค่าประมูลทีวีดิจิทัล

ผู้บริหารไทยทีวีและทีมกฎหมายเดินชี้แจงการไต่สวนนัดแรก ในคดีฟ้องศาลขอสั่งระงับจ่ายแบงก์การันตี กว่า 1,700 ล้านบาท ศาลปกครองจะเริ่มนัดไต่สวนในเวลา 13.30 น.

วันนี้ (23 ก.พ.2559) นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ผู้บริหาร บริษัท ไทยทีวี จำกัด เดินทางมาศาลปกครอง พร้อมทีมกฎหมายอีก 3 คน เพื่อร่วมชี้แจงการไต่สวน โดยวันนี้ ศาลปกครอง จะเริ่มนัดไต่สวนในเวลา 13.30 น.

คดีนี้นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ "ติ๋ม ทีวีพูล" ผู้บริหาร บริษัท ไทยทีวี ผู้ประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นคำฟ้อง เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราว ห้ามธนาคารกรุงเทพ จ่ายหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือ แบงค์การันตี ให้กับ กสทช. มูลค่ากว่า 1,748 ล้านบาท

ซึ่งมูลค่าวงเงินจำนวนนี้ เป็นประเด็นเดียวที่เป็นข้อโต้แย้งสำคัญในขณะนี้ เนื่องจากเป็นมูลค่าของเงินประมูลที่บริษัท ไทยทีวี ยังไมได้จ่าย และ กสทช. มีคำสั่งให้ต้องจ่ายภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่วนการหยุดออกอากาศผู้ชมไม่สามารถรับชมทั้ง 2 ช่องได้นานกว่า 4 เดือนมาแล้ว

การยื่นฟ้องของบริษัท ไทยทีวี ครั้งนี้ รวมถึงกลางปีที่แล้ว เนื่องจากบริษัทเห็นว่าเป็นความผิดพลาดของ กสทช. ต่อแผนบริหารจัดการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลที่ไม่เป็นไปตามกำหนด เช่น การแจกคูปองทีวีดิจทัลไม่ครบ 22 ล้านครัวเรือน การไม่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงทีวีดิจิทัล

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนางพันธ์ทิพาระบุว่า ภาพรวมการลงทุนของช่องดิจิทัล เกิดขึ้นแล้วกว่า 1,000 ล้านบาทในช่วงเวลาปีเศษแต่มีรายได้กลับมาไม่ถึง 30 ล้านบาทและเรียกได้ว่าการทำธุรกิจสื่อเป็นครั้งแรกที่ประสบความล้มเหลว สำหรับคดีการไต่สวนหากดูตามสถานการณ์ขณะนี้แม้ไทยทีวีจะมีความตั้งใจเลิกทำช่องทีวีทั้ง 2 ช่องแน่นอนแต่ค่าประมูลที่ยังจ่ายไม่ครบก็ทำให้ กสทช.เรียกร้องให้ไทยทีวีต้องจ่ายเงินส่วนดังกล่าวหากย้อนไปสิ้นเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว (2558) บริษัทไทยทีวี ยื่นฟ้อง กสทช. เป็นครั้งแรกเพื่อขอให้ กสทช.ชดใช้ค่าเสียหายกว่า 700 ล้านบาทและขอให้ศาลมีคำสั่งในประเด็นที่เกี่ยวข้อง ได่แก่ เพิกถอนคำสั่ง กสทช. ที่กำหนดให้ กสทช.จ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ห้ามกสทช.ยึดแบงก์การันตีและขอให้ส่งคืนบริษัท รวมทั้งขอให้การจัดประมูลทีวีดิจิทัล ทั้ง 24 ช่อง เป็นโมฆะ

ผู้บริหารไทยทีวี ยังเห็นด้วยกับข้อเสนอของผู้ประกอบการที่เหลืออีก 22 ช่อง คือ หาก กสทช.ให้เลื่อนจ่ายค่าประมูลงวดที่ 3 ที่จะครบกำหนดในเดือน พ.ค.นี้ออกไป ก็อาจต่อลมหายใจให้ผู้ประกอบและหากปัญหาต่างๆ ไม่ได้รับการแก้ไขในช่วง 2 ปีนี้อาจมีอีกหลายช่องที่อาจต้องล้มหายตายไปจากหน้าจอเช่นเดียวกับช่องไทยทีวีและโลก้า

ด้านกสทช. มีนายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. เดินทางมาชี้แจงพร้อมด้วย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ตัวแทนกสทช. ฝั่งงานกิจการกระจายเสียง มาร่วมรับฟังการไต่สวน

นายสมบัติระบุสั้นๆก่อนไต่สวนว่า มั่นใจว่า การต่อสู้คดีกสทช.จะชนะ เพราะทำกระบวนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัล เป็นไปตามกระบวนการ

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า หาก กสทช.ไม่ดำเนินการฟ้องจะทำให้ถูกมองว่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และที่ผ่านมาได้พักใช้ใบอนุญาตแล้ว 3 ครั้ง ที่ผ่านมาให้เวลามากว่า 100 วันแล้ว รวมทั้งให้ปรับปรุงในสัดส่วนการถือหุ้นเพื่อเปิดทางให้รายใหม่มาบริหารบริษัท

กลับขึ้นด้านบน