ผบ.สส.ประชุมเหล่าทัพ สั่งระวังก่อการร้าย-ย้ำไม่ชี้นำลงประชามติร่าง รธน.

ผบ.สส.ประชุมเหล่าทัพ สั่งระวังก่อการร้าย-ย้ำไม่ชี้นำลงประชามติร่าง รธน.

ผบ.สส.ประชุมเหล่าทัพ สั่งระวังก่อการร้าย-ย้ำไม่ชี้นำลงประชามติร่าง รธน.

รูปข่าว : ผบ.สส.ประชุมเหล่าทัพ สั่งระวังก่อการร้าย-ย้ำไม่ชี้นำลงประชามติร่าง รธน.

วันนี้ (24 ก.พ.2559) พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพโดยได้ย้ำภารกิจเฝ้าระวังการก่อการร้าย สนับสนุนติดตามจับกุมขบวนการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ยืนยันไม่ชี้นำกำลังพลเรื่องการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

การประชุมวันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 3 ประจำปีงบประมาณ 2559 ซึ่ง พล.อ.สมหมายเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้มีการรายงานผลการฝึกต่างๆ ของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนกองทัพไทยมีการฝึกคอบบร้า โกลด์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพูดถึงงานที่รัฐบาล ทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมอบหมายให้กองทัพปฏิบัติหลายเรื่อง รวมทั้งการรับมือการอาชญากรรมข้ามชาติและการก่อการร้าย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และล่าสุดได้ร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาคดีทำพาสปอร์ตปลอม

ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานสนับสนุนรัฐบาลทุกด้าน รวมทั้งการใช้ศักยภาพของทุกเหล่าทัพ เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนประสบภัยแล้ง ผบ.สส.กล่าว

"ในส่วนของยุทธศาสตร์ชาติที่กล่าวถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามนั้น ทางกองบัญชาการกองทัพไทยจะรวบรวมแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศมาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของกองทัพไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคาม ซึ่งบทบาทหน้าที่ของกองทัพไทยโดยสรุปก็คือ เราจะต้องป้องกันและรักษาอธิปไตยของประเทศ รักษาผลประโยชน์และทรัพยากรของชาติให้ได้ เพราะในอีก 20-30 ปีข้างหน้าทรัพยากรจะมีน้อยลง ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรจะรุนแรงขึ้น กองทัพฯ ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ เพราะปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรจะเป็นภัยคุกคามในรูปแบบหนึ่ง เราจึงต้องเตรียมพร้อมไว้" พล.อ.สมหมายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทของทหารในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ผบ.สส.กล่าวว่า "ในส่วนของกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการรณรงค์ให้กำลังพลและครอบครัวของเราออกไปลงประชามติ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นในปลายเดือนกรกฎาคม 2559 แต่ในการตัดสินใจลงประชามติแบบใดนั้นให้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน กำลังพลและครอบครัวลงประชามติได้ตามความเห็นของตน ไม่มีการชี้นำเด็ดขาด"

ขณะเดียวกันกองทัพได้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์การก่อการร้ายตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งใช้มาตรการด้านการข่าวสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามจับกุมบุคคล ที่มีคดีอาชญากรรมข้ามชาติ

กลับขึ้นด้านบน