นักวิชาการชี้เด็กหลุดระบบการศึกษามาจากความรุนแรงในครอบครัว-ล่วงละเมิดทางเพศ

นักวิชาการชี้เด็กหลุดระบบการศึกษามาจากความรุนแรงในครอบครัว-ล่วงละเมิดทางเพศ

นักวิชาการชี้เด็กหลุดระบบการศึกษามาจากความรุนแรงในครอบครัว-ล่วงละเมิดทางเพศ

รูปข่าว : นักวิชาการชี้เด็กหลุดระบบการศึกษามาจากความรุนแรงในครอบครัว-ล่วงละเมิดทางเพศ

นักวิชาการด้านการศึกษาเผยสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวและการถูกล่วงละเมิดทางเพศของเด็ก ส่งผลให้เด็กมีปัญหาสภาวะทางจิตใจ รู้สึกไม่ปลอดภัย และสร้างความรุนแรงต่อกับเพื่อนในโรงเรียน จึงเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา

วันนี้ (25 ก.พ.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานประชุม "นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาแห่งเอเชีย" เดินหน้าโรดแมปแห่งเอเชียพาเด็กนอกระบบ 18 ล้านคน คืนสู่ระบบการศึกษา ภายในปี ค.ศ.2030 โดย น.ส.ซูซาน โคล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบาย ด้านความรุนแรงที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า จากการวิจัยพบนักเรียนชั้นประถมในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา กว่าร้อยละ 20 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว ส่งผลให้เด็กมีปัญหาสภาวะทางจิตใจ และพัฒนาการทางด้านการเรียนรู้ รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ไว้วางใจคนอื่น จนเกิดการสร้างความรุนแรงต่อเพื่อนในโรงเรียน ทำให้เด็กเหล่านี้หลุดจากระบบการศึกษา

นายไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า งานวิจัยเรื่องดังกล่าว สะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ไม่แตกต่างจากบริบทในประเทศไทย ที่พบความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียนทั้งสายสามัญและอาชีวศึกษามากขึ้น โดยปรากฏข่าวของการแชร์ข้อมูลเด็กนักเรียนตบตีกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าโทษเด็กว่าเป็นตัวสร้างปัญหา แต่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

นายไกรยส กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา จากความรุนแรง และการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จะต้องบูรณาการความร่วมมือของทุกฝ่ายตั้งแต่โรงเรียน ชุมชน และนักจิตวิทยา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก รวมถึงการติดตามเยียวยา เพื่อไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา

กลับขึ้นด้านบน