เตือนภัยใช้แป้งฝุ่นเสี่ยงโรคปอด-มะเร็งรังไข่

เตือนภัยใช้แป้งฝุ่นเสี่ยงโรคปอด-มะเร็งรังไข่

เตือนภัยใช้แป้งฝุ่นเสี่ยงโรคปอด-มะเร็งรังไข่

รูปข่าว : เตือนภัยใช้แป้งฝุ่นเสี่ยงโรคปอด-มะเร็งรังไข่

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกเรื่องการใช้แป้งฝุ่นเนื่องจากยังไม่มีผลวิจัยยืนยันชัดเจน

วันนี้ (26 ก.พ.2559) หลังศาลรัฐมิสซูรีของสหรัฐฯมีคำสั่งให้บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ผู้ผลิตแป้งฝุ่นจ่ายเงินชดเชย 72 ล้านเหรียญสหรัฐให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งที่รังไข่ โดยชี้ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกี่ยวเนื่องกับการใช้แป้งฝุ่นของบริษัทผู้ผลิตรายนี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานและผู้ผลิตไม่ขึ้นคำเตือนใดๆเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้แป้งฝุ่นเลย

ขณะที่หน่วยงานของไทยระบุว่า อย่าตื่นตระหนกกับกรณีที่เกิดขึ้นเพราะยังไม่มีผลการวิจัยที่ยืนยันชัดเจนแต่คำตัดสินที่เกิดขึ้น คือ การที่ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ติดคำเตือนแจ้งถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

ข้อมูลจากกองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้งทั้งในและต่างประเทศ ระบุตรงกันว่า แป้งฝุ่นทาตัว ผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทัลค์ หรือ แป้งทัลคัม จากการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อ และแยกสิ่งแปลกปลอมออกแม้การใช้สารนี้ในช่วงสั้นๆจะไม่เกิดการตกค้าง แต่แร่หินทัลคัมซึ่งไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติหากสูดเข้าไปทีละน้อยๆ เป็นเวลานานจะทำให้แร่ไปสะสมอยู่ในปอด เซลล์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อนทำให้มีอาการไอ ระบบทางเดินหายใจติดขัดรุนแรง ถ้าเป็นเด็กทารกอาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอดและเสียชีวิตได้

นอกจากนี้จากข้อมูลยังพบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับจุดซ่อนเร้นเพื่อลดการอับชื้น มีข้อมูลที่ระบุถึงความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งรังไข่ ได้ด้วยความเสี่ยงดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันแป้งเด็ก ถูกประกาศเป็นเครื่องสำอางควบคุมตาม กฎหมายเครื่องสำอางอาเซียน และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ปี 2551 จึงได้กำหนดให้ผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ ต้องจัดทำข้อมูลผลิตภัณฑ์แสดงต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อให้การกำกับดูแลเครื่องสำอางครอบคลุมมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน