ป.ป.ช. เอาผิด “ศุภกิจ” อดีตสพก.บางรัก ริบทรัพย์สิน 31.75 ล้านบาท

ป.ป.ช. เอาผิด “ศุภกิจ” อดีตสพก.บางรัก ริบทรัพย์สิน 31.75 ล้านบาท

ป.ป.ช. เอาผิด “ศุภกิจ” อดีตสพก.บางรัก ริบทรัพย์สิน 31.75 ล้านบาท

รูปข่าว : ป.ป.ช. เอาผิด “ศุภกิจ” อดีตสพก.บางรัก ริบทรัพย์สิน 31.75 ล้านบาท

ป.ป.ช.แถลงสรุปคดีนายศุภกิจ ริยะการ หรือสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ร่ำรวยผิดปกติ

วันนี้ (26 ก.พ.) สำนักงานป.ป.ช. สนามบินน้ำ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายศุภกิจ ริยะการ หรือสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22 ร่ำรวยผิดปกติ ตามมาตรา 77 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 โดยมอบหมายให้น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งให้นายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตร ตามแบบแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 79 รวมทั้งมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับการร่ำรวยผิดปกติของนายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ อดีตคู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 นั้น

นายสรรเสริญกล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณารายงานผลการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเงินฝากธนาคารของนายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ ที่อยู่ในชื่อ นายสิริพงศ์ ริยะการธีรโชติ อดีตคู่สมรส และบุตร เป็นจำนวนมาก และนายสิริพงศ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า ทรัพย์สินที่แจ้งข้อกล่าวหามีที่มาจากการขายทองคำแท่ง การกู้ยืมเงินจากบุคคลใกล้ชิด หรือการได้รับคืนเงินให้กู้ยืมจากญาติพี่น้องของคู่สมรส และอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคำชี้แจงที่ฟังไม่ขึ้น จึงมีมติว่า นายสิริพงศ์ ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ทั้งในชื่อของนายสิริพงศ์ อดีตคู่สมรส บุตร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมมูลค่า 31,754,337 บาท

เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า แต่เนื่องจากเงินในบัญชีเงินฝาก รวมเป็นเงิน 11,883,000 บาท ที่นายสิริพงศ์ ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติ มีการถอนไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากอื่น ซื้อที่ดิน และรถยนต์ ในชื่อของนายสิริพงศ์และบุตร เป็นเงิน 3,917,317 บาท จึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาโดยร่ำรวยผิดปกติด้วย ส่วนเงินคงเหลือ จำนวน 7,965,682 บาท ให้ดำเนินการกับทรัพย์สินอื่นของนายสิริพงศ์ อดีตคู่สมรส และบุตร ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคำสั่งอายัดไว้เป็นการชั่วคราวแล้ว ทั้งนี้ ตามมาตรา 83 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 จึงมีมติให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 80 และริบทรัพย์สิน ตามมาตรา 123/6 และมาตรา 123/8 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กลับขึ้นด้านบน