ฝ่ายความมั่นคงชี้ผู้ก่อเหตุระเบิดปัตตานีเลี่ยงการตรวจจับรถต้องสงสัยของ จนท.

ฝ่ายความมั่นคงชี้ผู้ก่อเหตุระเบิดปัตตานีเลี่ยงการตรวจจับรถต้องสงสัยของ จนท.

ฝ่ายความมั่นคงชี้ผู้ก่อเหตุระเบิดปัตตานีเลี่ยงการตรวจจับรถต้องสงสัยของ จนท.

รูปข่าว : ฝ่ายความมั่นคงชี้ผู้ก่อเหตุระเบิดปัตตานีเลี่ยงการตรวจจับรถต้องสงสัยของ จนท.

จนท.ตรวจสอบรถยนต์ที่นำมาก่อเหตุรุนแรงใกล้ฐานปฎิบัติการหน่วยปฎิบัติการพิเศษใน จ.ปัตตานี พบเป็นรถยนต์ที่ถูกปล้นไปจากชาวบ้าน หน่วยงานด้านความมั่นคงวิเคราะห์การก่อเหตุครั้งนี้เป็นการก่อเหตุเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับรถยนต์ต้องสงสัยที่ จนท.เฝ้าระวังก่อนหน้านี้

เสียงระเบิดในรถยนต์ดังขึ้นในร้านอาหารมิดติ้ง ใกล้ฐานปฎิบัติการหน่วยปฎิบัติพิเศษ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบริษัทปัตตานีคอนกรีต บ้านลางา ต.รูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี แรงระเบิดทำให้ไฟลุกไหม้ในฐานปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็ว พนักงานดับเพลิงต้องระดมรถดับเพลิงเข้าดับไฟนานเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ แต่สิ่งปลูกสร้างภายในฐานเสียหายจำนวนมาก

เหตุการณ์ครั้งนี้ยังทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 7 นายคือ ส.ต.ต.สุรศักดิ์ สังข์นวล, ส.ต.ท.ปกป้อง ชุมขำ, ส.ต.ท.มงคลชัย นุ่นเกลี้ยง, ร.ต.ท.สุรเดช ทรัพย์สมบัติ, ส.ต.ท.ธีรพงษ์ เกื้อหล่อ, ส.ต.ท.ปิยพงค์ ชุมเขา และส.ต.อ.อรรถพล นิ่มวุ่น ขณะที่ชาวบ้านบาดเจ็บ 4 คนคือ น.ส.พรชนก อักษรชู, นายซอปี สอเฮาะ, นายอับดุลรอฮีม สะมะอาลี และนายอิสมาแอล อาเย

ขณะที่การสอบสวนพบว่าผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีขาว มาจอดที่ลานจอดรถในร้านอาหาร ซึ่งเพิ่งเปิดกิจการได้ 1 เดือนใกล้กับฐานปฎิบัติการของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะมีรถยนต์กะบะอีกหนึ่งคันมารับและผู้ก่อเหตุอีกคนหนึ่งได้จุดชนวนระเบิดด้วยวิทยุสื่อสาร ซึ่งในขณะนั้นมีเจ้าหน้าที่ประจำการในฐาน 10 นาย ส่วนอีกประมาณ 40 นายออกปฎิบัตินอกพื้นที่

ส่วนการตรวจสอบรถยนต์ที่นำมาก่อเหตุ พบว่าเป็นของนายสมศักดิ์ ดุษฎีพิริยะ เจ้าของร้านขายยางรถยนต์ใน ต.ตะลุโบะ อ.เมืองปัตตานี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (27 ก.พ.2559) ก่อนจะขโมยรถและนำมาประกอบระเบิดก่อเหตุในทันที โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงวิเคราะห์ว่าเป็นการก่อเหตุแบบปัจจุบัน ซึ่งได้เตรียมระเบิดที่ประกอบมาแล้วบรรจุในรถยนต์ที่เพิ่งขโมยมา แทนการนำรถยนต์ที่ถูกปล้นไปก่อนหน้านี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ที่ได้มีการแจ้งให้เฝ้าระวังรถยนต์ต้องสงสัยกว่า 10 คันไปยังด่านตรวจต่างๆในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมือง ด้วยการตรวจสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างละเอียด

กลับขึ้นด้านบน