"กลาโหม" เห็นชอบยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์

"กลาโหม" เห็นชอบยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์

"กลาโหม" เห็นชอบยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์

รูปข่าว : "กลาโหม" เห็นชอบยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์

กองทัพเรือ เดินหน้าโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 ภายใต้สัญญาซื้อ-ขายกับรัฐวิสาหกิจ ขณะเดียวกันสภากลาโหมเห็นชอบให้ยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์ ด้วยเชื่อว่าภัยคุกคามจากไซเบอร์มีผลต่อความมั่นคงของชาติ

วันนี้ (29 ก.พ.2559) ภายหลังการประชุมสภากลาโหม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ยกร่างยุทธศาสตร์ไซเบอร์ ด้วยเหตุผลว่าภัยคุกคามไซเบอร์มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งที่ตกเป็นเครื่องมือทางทหารและการสร้างความไม่สงบในทุกมิติ โดยมียุทธศาสตร์ 3 หลักการในร่างฉบับนี้ คือ ด้านการป้องกันที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อความร่วมมือทั้งภายในประเทศและมิตรประเทศ ด้านการป้องปราม คือการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัย แต่พร้อมปฏิบัติการเชิงรุกต่อฝ่ายที่เข้าแทรกแซง และด้านการผนึกกำลังที่มีความพร้อมเมื่อประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต ขณะเดียวกันยืนยันว่าไม่พบข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอส แต่มีข้อกำชับให้เฝ้าระวังและอยู่บนความไม่ประมาท

และหลังมีข้อกำชับเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม เตรียมเชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพมาหารือเพื่อพัฒนาปรับโครงสร้างแผนงานและงบประมาณ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปแบบพึ่งพาตัวเองได้ พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ แถลงเดินหน้าโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 ตามแผนการพัฒนากำลังรบของกองทัพเรือ ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อ-ขายแบบเรือและพัสดุกับบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงกลาโหมแล้ว โดยจะใช้แบบเรือของเรือหลวงกระบี่เป็นแบบพื้นฐาน ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตัวเอง รวมถึงเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการต่อเรือตรวจการณ์ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นลำที่ 2 ของกองทัพเรือ แต่จะมีระบบอาวุธปล่อยนำวิถีแบบฮาร์พูน ซึ่งเป็นอาวุธปล่อยนำวิถี ที่มีสมรรถนะและความแม่นยำสูงลำแรก

กลับขึ้นด้านบน