สภาวิชาชีพสื่อให้ "สรยุทธ" ยุติบทบาทหน้าจอจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

สภาวิชาชีพสื่อให้ "สรยุทธ" ยุติบทบาทหน้าจอจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

สภาวิชาชีพสื่อให้ "สรยุทธ" ยุติบทบาทหน้าจอจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

รูปข่าว : สภาวิชาชีพสื่อให้ "สรยุทธ" ยุติบทบาทหน้าจอจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เกิดกระแสในสื่อออนไลน์และนักวิชาชีพสื่อที่เรียกร้องให้นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยุติการทำหน้าที่และให้ต้นสังกัดแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หลังศาลตัดสินจำคุกนายสรยุทธกรณีทุจริตเงินค่าโฆษณาเกินเวลาบริษัท อสมท.

การดำเนินรายการเจาะข่าวเด่นของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ในช่วงเย็นวันนี้ (1 มี.ค.2559) และการดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังเป็นการตอกย้ำถึงการทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการตามปกติของนายสรยุทธ หลังผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ยืนยันให้การสนับสนุนการทำงานของนายสรยุทธต่อไป แม้ศาลอาญาจะตัดสินจำคุกนายสรยุทธ 13 ปี 4 เดือน กรณีทุจริตเงินค่าโฆษณาเกิน บริษัท อสมท. รวมเป็นเงิน 138 ล้านบาท

โดยผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อ้างว่า กรณีนี้เกิดขึ้นก่อนที่นายสรยุทธจะร่วมงานกับทางสถานี และคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด อยู่ระหว่างการพิสูจน์ในชั้นศาลอุทธรณ์และพร้อมรับคำวิจารณ์และท่าทีของสังคม ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากสังคมทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก เพจ "วี ฟอร์ ไทยแลนด์" ซึ่งเป็นเพจที่นำเสนอข้อมูลทางการเมือง โดยเผยแพร่แบนเนอร์ที่มีข้อความว่า "งดดูทีวีช่อง 3 ฐานสนับสนุนคนขี้โกง" โดยมีทั้งกลุ่มคนที่แสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการงดชมรายการของทีวีช่องนี้ รวมถึงการงดใช้สินค้าที่สนับสนุนรายการดังกล่าว

ส่วนเพจ "ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน" ได้โพสต์ข้อความมาตรวัดจริยธรรมทางสังคม ที่ตั้งคำถามถึงสถานีต้นสังกัดที่ยังคงสนับสนุนคนที่ถูกศาลตัดสินว่าโกงออกนอกจอและบริษัทที่สนับสนุนเม็ดเงินให้รายการ ซึ่งยังเพิกเฉยความรับผิดชอบต่อสังคม สอดคล้องกับความคิดเห็นของนายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทย ที่ระบุว่าภาคธุรกิจที่ซื้อโฆษณาต้องคำนึงถึงสังคมด้วย ไม่ใช่มองแต่ผลประโยชน์ที่ได้จากเรทติ้งเป็นหลัก

ด้านสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ พร้อมด้วยสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ออกแถลงการณ์ขอให้ผู้บริหารช่อง 3 ทบทวนมติที่ออกมา โดยขอให้นายสรยุทธยุติบทบาทหน้าจอเป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะสิ้นสุด เพื่อเป็นแบบอย่างในการสร้างบรรทัดฐานด้านจริยธรรมให้กับวงการสื่อมวลชนไทย

นายวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวด้วยว่า หากผู้บริหารช่อง 3 ยังไม่มีปฏิกิริยาต่อแถลงการณ์ฉบับนี้ คณะกรรมการในสภาวิชาชีพอาจต้องเข้าไปพูดคุยหารือกับผู้บริหารช่อง 3 อีกครั้ง

ขณะที่นายไพศาล กุวลัยรัตน์ อนุกรรมการกำกับผังรายการและเนื้อหารายการ กสทช.กล่าวหลังประชุมว่ายังไม่ได้ข้อยุติด้านข้อกฎหมาย โดยจะเชิญผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีสีวีช่อง 3 มาชี้แจงในวันที่ 7 มี.ค.2559 ในประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้รับใบอนุญาต ซึ่งผู้รับใบอนุญาตต้องกำกับดูแลรายการให้เป็นไปตามจริยธรรมและความเหมาะสมของผู้ดำเนินรายการ รวมถึงมาตรฐานจริยธรรมของสื่อ ซึ่งเป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ปี 2555

ส่วน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ระบุว่า ต้องถามไปยังผู้บริหารช่อง 3 ต่อกรณีที่เกิดขึ้นและการแสดงควาามรับผิดชอบ และจริยธรรมในฐานะองค์กรสื่อ ซึ่งช่อง 3 อาจเสนอพักงานหน้าจอของนายสรยุทธ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและไม่ให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรสื่อไปมากกว่านี้

กลับขึ้นด้านบน