ฟีฟ่าจัดอันดับฟุตบอลโลก ไทยขึ้นแท่นที่ 1 อาเซียน อยู่อันดับที่ 118 ของโลก

ฟีฟ่าจัดอันดับฟุตบอลโลก ไทยขึ้นแท่นที่ 1 อาเซียน อยู่อันดับที่ 118 ของโลก

ฟีฟ่าจัดอันดับฟุตบอลโลก ไทยขึ้นแท่นที่ 1 อาเซียน อยู่อันดับที่ 118 ของโลก

ฟีฟ่าประกาศจัดอันดับฟุตบอลโลกล่าสุด ทีมชาติไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 ของอาเซียน เป็นลำดับที่ 17 ของเอเชีย ส่วนอันดับโลกอยู่ที่ 118 ส่วน 5 อันดับแรกของโลกยังคงเดิม

รูปข่าว : ฟีฟ่าจัดอันดับฟุตบอลโลก ไทยขึ้นแท่นที่ 1 อาเซียน อยู่อันดับที่ 118 ของโลก

วันนี้ (4 ก.พ. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศการจัดอันดับฟุตบอลทีมชาติทั่วโลก ประจำเดือน มี.ค. 2559 พบว่า 5 อันดับแรกของโลกยังไม่ขยับ โดยอันดับ 1 ยังเป็น ทีมปิศาจแดงยุโรป เบลเยียม อันดับ 2 ทัพฟ้าขาว อาร์เจนตินา อันดับ 3 ฝูงกระทิงดุ สเปน อันดับ 4 ขุนพลอินทรีเหล็ก เยอรมนี และอันดับ 5 ได้แก่ ชิลี

ขณะที่ ฟุตบอลทีมชาติไทยเลื่อนขึ้น 2 อันดับ เป็นอันดับ 118 จาก 120 โดยมีคะแนนสะสมเพิ่มจาก 286 คะแนน เป็น 288 คะแนน ส่วนในระดับทวีปเอเชียอยู่ในอันดับที่ 17 และเป็นอันดับ 1 ในประเทศเอเซียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า จากการประกาศอันดับดังกล่าว ส่งผลต่อเนื่องต่อการจัดอันดับในเดือน เม.ย. 2559 ซึ่งเป็นเกณฑ์ชี้วัดโถการจับสลากฟุตบอลโลก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 เม.ย. นี้

ทั้งนี้ เกมที่ทีมชาติไทยจะบุกไปเยือนทีมอิรักวันที่ 24 มี.ค. นับเป็นเกมชี้วัดคะแนนสะสมหลังสิ้นสุดเดือน มี.ค. เพราะคะแนนสะสมของทีมชาติไทยในปัจจุบันคือ 288 คะแนน หากชนะจะทำให้ทีมชาติไทยมีคะแนนเพิ่มเป็น 365 คะแนน และขยับอันดับขึ้นใกล้เคียงทีมฟุตบอล 10 อันดับแรกของทวีปเอเชีย แต่ถ้าเสมอคะแนนสะสมของทีมชาติไทยจะเพิ่มเป็น 313 คะแนน ส่วนกรณีที่แพ้อิรัก คะแนนสะสมของทีมชาติไทย จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 295 คะแนน

โดยโอกาสการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก โซนเอเซีย ของทีมชาติไทยในปัจจุบันมีค่อนข้างมาก แม้ในเกมที่ต้องบุกไปเยือนทีมชาติอิรักจะแพ้ด้วยคะแนนเท่าใดก็ตาม หากผลในสายอื่นเป็นใจเพียงแค่สายเดียว จะส่งผลให้ทีมไทยเข้ารอบทันที

 
ฟุตบอลทีมชาติไทย ยังครองอันดับ1 ของอาเซียน

4 มี.ค. l ข่าว 09.00 น.ฟีฟ่า ประกาศจัดอันดับโลก ล่าสุด ซึ่งทีมชาติไทย เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และ เป็นอันดับที่ 17 ของเอเชีย #ThaiPBSnews #บอลไทย #ฟีฟ่า #อันดับโลก

Posted by Thai PBS News on 3 มีนาคม 2016

 

กลับขึ้นด้านบน