ศาลตุรกีสั่งยึดกิจการ นสพ.ยอดขายสูงสุดในประเทศ อ้างหนุนก่อการร้าย

ศาลตุรกีสั่งยึดกิจการ นสพ.ยอดขายสูงสุดในประเทศ อ้างหนุนก่อการร้าย

ศาลตุรกีสั่งยึดกิจการ นสพ.ยอดขายสูงสุดในประเทศ อ้างหนุนก่อการร้าย

รูปข่าว : ศาลตุรกีสั่งยึดกิจการ นสพ.ยอดขายสูงสุดในประเทศ อ้างหนุนก่อการร้าย

รัฐบาลสหรัฐฯ-อียู กังวลสถานการณ์เสรีภาพของสื่อมวลชนในตุรกี หลังจากศาลตุรกีมีคำสั่งยึดกิจการของหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศ โดยให้เหตุผลว่าหนังสือพิมพ์ซามานให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย

วันนี้ (5 มี.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจตุรกีได้ยิงแก๊สน้ำตาและฉีดน้ำแรงดันสูงใส่กลุ่มผู้ประท้วงหลายร้อยคนที่รวมตัวอยู่ด้านนอกสำนักงานใหญ่ของหนังสือพิมพ์ซามาน หลังรวมตัวแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลที่มีคำสั่งยึดและควบคุมสำนักงานของหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มียอดขายสูงที่สุดของตุรกีศาลให้เหตุผลว่าหนังสือพิมพ์ซามานสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และพยายามโค่นล้มรัฐบาลตุรกีที่อยู่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเรเจพ ไทยิบ เออร์ดวน

เจ้าของหนังสือพิมพ์ซามานคือนายเฟตุลเลาะห์ กูเลน นักการศาสนาที่พักอยู่ในสหรัฐอเมริกา อัยการของตุรกีกำลังสอบสวนเขา และคำสั่งยึดกิจการของหนังสือพิมพ์ซามาน มีผลบังคับใช้กับหนังสือพิมพ์ในเครือทั้งหมด

นายอับดุลฮามิท บิลิซิ บรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ซามาน เปิดเผยว่า คำตัดสินของศาลคือ วันที่มืดมนของประชาธิปไตย

ขณะที่ น.ส.เชฟกี อาคาร์เชสเม บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์ทูเดย์ส ซามาน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษอยู่ในเครือเดียวกัน เปิดเผยกับไทยพีบีเอสว่า มีเพียงผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ที่ยังคงเขียนข่าวจากที่บ้าน ขณะที่เธอและผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์คนอื่นๆ แม้จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในสำนักพิมพ์แต่ไม่ได้ทำงานอะไร

"เราวิพากษ์วิจารณ์ระบอบการปกครองของรัฐบาลตุรกี ขณะที่รัฐบาลพยายามปิดปากทุกสื่อไม่ให้พูดเรื่องนี้" น.ส.อาคาร์เชสเม กล่าวถึงเหตุของการเข้ายึดกิจการของรัฐบาล บก.บห.ของหนังสือพิมพ์ทูเดย์ส ซามาน ยังกล่าวอีกว่า ต้องการให้ทั่วโลกตระหนักถึงสถานการณ์ในตุรกี ที่ประชาธิปไตยกำลังตกอยู่ในอันตราย และสื่อไม่มีเสรีภาพหลงเหลืออยู่ พร้อมยอมรับว่า ไม่รู้ว่าจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่หนังสือพิมพ์ที่เคยถูกยึดจะเปลี่ยนไปจะกลายเป็นสื่อที่รายงานข่าวเข้าข้างรัฐบาล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสร้างความกังวลใจให้กับแวดวงสื่อมวลชนของตุรกีเท่านั้น ผู้แทนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในตุรกีเช่นกัน และเห็นว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงความเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน

กลับขึ้นด้านบน