คำให้การของ "เหยื่อนักบุญ" ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนประจำทางศาสนา

คำให้การของ "เหยื่อนักบุญ" ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนประจำทางศาสนา

คำให้การของ "เหยื่อนักบุญ" ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนประจำทางศาสนา

รูปข่าว : คำให้การของ "เหยื่อนักบุญ" ผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียนประจำทางศาสนา

ทีมข่าว "ไทยพีบีเอส" ได้รับการเปิดเผยจากชายคนหนึ่งถึงเรื่องราวที่เขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ขณะเป็นนักเรียนที่โรงเรียนประจำทางศาสนาแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี โดยผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศคือผู้ที่เขาและเด็กนักเรียนในโรงเรียนเรียกว่า "อธิการ"

เรื่องราวในอดีตของชายคนนี้คล้ายคลึงกับเนื้อหาของภาพยนตร์เรื่อง Spotlight ที่เพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ ภาพยนตร์ว่าด้วยการเปิดโปงเรื่องราวการล่วงละเมิดทางเพศที่เมืองบอสตันของสหรัฐฯ

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะผ่านมานานหลายปี แต่สภาพจิตใจของชายคนนี้ยังคงบอบช้ำและขอปกปิดใบหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ใกล้ชิด เขาให้ข้อมูลกับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า เหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศโดย "อธิการ" คนนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนประจำทางศาสนาแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี เกิดขึ้นต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี และที่สำคัญคือนอกจากเขาแล้ว ยังมีเด็กนักเรียนชายหลายคนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศด้วย

"มีเด็กนักเรียนหลายคน ตั้งแต่ชั้น ม.1-ม.6 ที่ถูกเรียกเข้าไปนวดให้อธิการคนนี้ และรู้ว่าถูกละเมิดทางเพศเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีหลักฐาน แต่สำหรับผมที่ถูกเรียกเข้าไปนวด ยืนยันได้ว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศแน่นอน" ชายคนนี้เปิดเผยกับทีมข่าวไทยพีบีเอสเมื่อวันที่ 3 มี.ค.2559

จากสภาพจิตใจที่ยังคงได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนการพูดคุยกับทีมข่าว ชายคนนี้ย้ำว่าขออย่าสอบถามในรายละเอียด ความเสียหายทางจิตใจที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงถึงขึ้นที่เขายอมรับว่าเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว จนต้องปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจ

"เราเกิดความเคียดแค้น ในความฝันเราอยากจะล้างแค้นคนที่ทำร้ายเรา ฝันว่าเอาปืนจะยิงทุกคนรอบข้างเขา ในความฝันเรากำลังจะยิงคนนั้น แต่พอตื่นขึ้นมาปืนจ่ออยู่ที่หัวเราเอง ซึ่งพอเล่าให้นักจิตวิทยาฟัง เขาบอกว่ามีโอกาสสูงมากที่เราจะฆ่าตัวตาย ถ้าเราไม่ตื่นขึ้นมาก่อน หรือรู้สึกตัวก่อน" เขาเล่าถึงผลพวงจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเยาว์

ผู้ที่ให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสบอกว่ายังคงศรัทธาต่อศาสนจักรคาทอลิก แม้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นก็คือ เขาไม่ได้รับการเยียวยาทางจิตใจ ขณะบทบาทของฝ่ายบริหารคณะบาทหลวงก็มีปัญหา ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้รับการแก้ไข

ต่อมานักบวชผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศได้ถูกย้ายไปอยู่ในจังหวัดอื่น แต่กลับมีข้อมูลว่าเขายังคงมีพฤติกรรมเช่นเดิม

"เนื่องจากเขาเป็นคนที่มีอิทธิพลพอสมควร ทุกวันนี้เขาก็ยังเดินทางออกไปยังที่ต่างๆ ไปอยู่กับผู้เยาว์ พาไปทานข้าวและมีกิจกรรมกับผู้เยาว์หลายๆ ครั้ง โดยเรามีพยานยืนยันได้ว่าเขาไม่ได้ถูกควบคุมพฤติกรรมเลย ซึ่งเราไม่ได้มุ่งประเด็นไปที่เขา แต่เราอยากจะปกป้องผู้เยาว์ที่จะตกเป็นเหยื่อของเขามากกว่า" ชายคนนี้กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การล่วงละเมิดทางเพศภายในคริสศาสนจักรคาทอลิก เกิดขึ้นในหลายประเทศ คณะนักบวช ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกในไทยก็มีการรวมกลุ่มเพื่อรวบรวมและติดตามข้อมูลของผู้ถูกกระทำทางเพศ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เพราะเชื่อว่า ยังมีผู้ถูกล่วงละเมิดอีกหลายคนทั้งในอดีตและอาจมีเบาะแสถึงพฤติกรรมในปัจจุบัน

ทิวา แสงศิริวัฒน์ อดีตบาทหลวงและสมาชิกกลุ่มอัญญา ซึ่งเป็นผู้ที่ติดตามปัญหานี้กล่าวว่า "ผู้ที่ล่วงละเมิดทางเพศอยู่ใกล้ตัวเรามากเลย คืออยู่ในคณะนักบวชด้วยกัน เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วได้พยายามที่จะออกมาพูดเรื่องนี้ เพื่อจะได้มีการจัดการกันภายใน แต่ปรากฏว่าไม่เป็นอย่างนั้น คือ ผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศก็ยังกลับเข้ามามีตำแหน่งหน้าที่และมีอำนาจต่างๆ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องใส่ใจและแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง"

การละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชนโดยบาทหลวงและนักบวช เกิดในหลายประเทศทั่วโลก พบการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและอาญา คดีหนึ่งที่โด่งดังในสหรัฐฯ เป็นการเปิดโปงของหนังสือพิมพ์เดอะบอสตันโกลบเมื่อปี 2545 ซึ่งเป็นที่มาของหนังเรื่อง Spotlight

หนังสือเรื่อง "การล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์โดยบาทหลวง/นักบวชคาทอลิก" ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2545 ถึงเดือนมิถุนายน 2546 มีผู้ออกมาแสดงตัวว่าถูกละเมิดทางเพศจำนวน 857 คน ในสังฆมณฑลและเขตปกครองทางศาสนจักร จำนวน 191 แห่ง และผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นผู้ชายที่ถูกล่วงละเมิดระหว่างอายุ 10-14 ปี รวมทั้งในประเทศไทย และปัญหาที่เกิดขึ้น กลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของคริสต์ศาสนาจักร

กลับขึ้นด้านบน