ป.ป.ช.ชี้ "ธาริต-คู่สมรส" ร่ำรวยผิดปกติ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาล ยึดทรัพย์ 350 ล้าน

ป.ป.ช.ชี้ "ธาริต-คู่สมรส" ร่ำรวยผิดปกติ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาล ยึดทรัพย์ 350 ล้าน

ป.ป.ช.ชี้ "ธาริต-คู่สมรส" ร่ำรวยผิดปกติ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาล ยึดทรัพย์ 350 ล้าน

รูปข่าว : ป.ป.ช.ชี้ "ธาริต-คู่สมรส" ร่ำรวยผิดปกติ ส่งอัยการสูงสุดฟ้องศาล ยึดทรัพย์ 350 ล้าน

มติ ป.ป.ช. เอกฉันท์ชี้ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและคู่สมรสมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ เกือบ 350 ล้านบาท ส่ง อัยการสูงสุดฟ้องศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

วันนี้ (10 มี.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.45 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีการกล่าวหานายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษร่ำรวยผิดปกติ แถลงถึงมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่านายธาริต มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงส่งคำร้องให้อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลให้สั่งทรัพย์สินของนายธาริตและผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 346 ล้านบาทเศษนั้นตกเป็นของแผ่นดิน

ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนข้าราชการระดับสูงสร้างบ้านที่เกรงว่าจะรุกล้ำเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาใหญ่ ป.ป.ช.จึงลงพื้นที่สอบว่ามีการรุกล้ำที่หรือไม่ แต่พบว่าเจ้าของบ้านคือ นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยาของนายธาริต ป.ป.ช.ดำเนินตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายธาริตที่เคยแสดงบัญชีต่อ ป.ป.ช.ว่ามีรายการดังกล่าวอยู่หรือไม่ ซึ่งไม่พบรายการดังกล่าวมีเหตุอันควรสงสัยว่าร่ำรวยผิดปกติ จึงตั้งอนุกรรมการไต่สวรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นพบพฤติการณ์ยักย้ายแปรสภาพ ซุกซ่อนทรัพย์สินต่างๆ ป.ป.ช.จึงสั่งอายัดไว้จำนวน 2 ครั้ง จำนวน 90 ล้านบาท

ต่อมาได้แจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งนายธาริต ได้มารับทราบข้อกล่าวหาแต่ไม่ยอมมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวว่า โดยอ้างว่าไม่เข้าใจข้อกล่าวหาขออนุกรรมการไต่สวน และบอกว่าอนุกรรมการไม่ให้ความเป็นธรรม โดยอนุกรรมการได้เปรียบเทียบรายได้ของธาริต ซึ่งพบว่ามีทรัพย์สินที่ ป.ป.ช.พิจารณาว่าไม่มีที่มาที่ไป และมีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 346,652,588 บาท จึงมีมติชี้มูลความผิดกรณีร่ำรวยผิดปกติ

สำหรับเสียงลงมติชี้มูลความผิดที่เป็นเอกฉันท์จำนวน 7 เสียงนั้น มีกรรมการ 2 คนที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม คือ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ ที่ติดภารกิจ และ พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง ที่ขอไม่เข้าร่วมประชุมเนื่องจากทนายความของนายธาริตมีนามสกุลเดียวกับ พล.ต.อ.สถาพร จึงเกรงว่าจะมีส่วนได้ส่วนเสีย

กลับขึ้นด้านบน