บริษัทอัครา รีซอร์สเซส ตั้งข้อสังเกตผลการตรวจเลือด

บริษัทอัครา รีซอร์สเซส ตั้งข้อสังเกตผลการตรวจเลือด

บริษัทอัครา รีซอร์สเซส ตั้งข้อสังเกตผลการตรวจเลือด

รูปข่าว : บริษัทอัครา รีซอร์สเซส ตั้งข้อสังเกตผลการตรวจเลือด

บ.อัครา รีซอร์สเซส บริษัทผู้ได้รับสัมปทานเหมืองทองคำ จ.พิจิตร ตั้งข้อสังเกตผลตรวจเลือดชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบเหมืองทองคำใน จ .พิจิตรผลปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างกว่าครึ่ง มีสารโลหะหนักในร่างกายเกินมาตรฐาน ที่เพิ่งรายงานให้แก่คณะทำงานตรวจสอบและแก้ไขปัญหาผลกระทบ

ผู้จัดการฝ่ายประสานกิจการภายนอก บริษัทมหาชนจำกัดอัครา รีซอสเซส ระบุผ่านเอกสารประชาสัมพันธ์ของบริษัทหลังมีรายงานสรุปผลการตรวจเลือดกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่อาศัยโดยรอบเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการตรวจเลือด ว่าไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ตามหลักสากล ทั้งไม่มีการระบุพื้นที่ขอบเขตในการศึกษาและขนาดกลุ่มประชาชนตัวอย่าง ไม่มีการคัดกรองตามวิธีการระบาดวิทยา ใช้เกณฑ์การสรุปผลที่ไม่ถูกต้องตามหลักสากล พร้อมทั้งระบุว่าสิ่งที่ได้นำเสนอแตกต่างจากข้อมูลของหน่วยงานรัฐอื่นๆอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลการศึกษาของของกระทรวงสาธารณสุข หรือกรมควบคุมมลพิษ ที่ระบุว่าพืชผักและน้ำในพื้นที่มีความปลอดภัย

สำหรับการตรวจเลือดกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่อาศัยโดยรอบเหมืองแร่ทองคำ จ.พิจิตรที่รายงานต่อคณะทำงานตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ผลกระทบเหมืองแร่ทองคำ ชาตรี จังหวัดพิจิตร เมื่อวานนี้ เป็นการดำเนินการของทีมแพทย์ และนักวิชาการ มหาวิทยาลัย รังสิต

เริ่มเก็บตัวอย่างตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 - พฤศจิกายน 2558 ใช้ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล รามาธิบดีและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและคณะทำงาน 5 ฝ่ายที่คสช.ตั้งขึ้นรับรองผลการตรวจยกเว้นฝ่ายผู้ประกอบการ ที่อ้างว่าติดภารกิจและไม่ส่งคนร่วมประชุมกับคณะทำงาน

 

สำหรับการสุ่มตรวจผู้ใหญ่จำนวน 1,004 คน ในจำนวนนี้ มี 675 คน มีค่าสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน แบ่งเป็นค่าแมงกานีส 420 คนหรือคิดเป็นร้อยละ 41.83 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าปี 2557 ที่พบร้อยละ 35.7 ค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐานมี 196 คน คิดเป็นร้อยละ 19.52 ลดลงกว่าปี 2557 ที่พบเกินค่ามาตรฐาน ร้อยละ 21.3 ส่วนสารไซยาไนด์ เป็นสารที่ไม่เคยตรวจมาก่อนผลการตรวจครั้งนี้ พบอยู่ในร่างกายเกินค่ามาตรฐาน 59 คน คิดเป็นร้อยละ 5.88

 

ส่วนการตรวจเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 297 คน พบว่า มี 220 คนหรือ 3 ใน 4 ของการสุ่มตรวจเด็กทั้งหมดเกินค่ามาตรฐาน แบ่งเป็นสารแมงกานีส 165 คน คิดเป็นร้อยละ 55.56 สารหนู 53 คน คิดเป็นร้อยละ 17.85 ส่วนสารไซยาไนด์ มี 2 คน คิดเป็นร้อยละ 0.67

 

ข้อมูลการตรวจหาสารโลหะหนักในผู้ใหญ่ ยังพบว่าภายในคนๆเดียวมีทั้ง 2 สารและ 3 สาร รวมอยู่ในร่างกาย แบ่งเป็นสารแมงกานีสและสารหนูจำนวน 83 คน สารแมงกานีสและไซยาไนด์ร่วมกันมี 20 คน สารหนูและไซยาไนด์ 5 คน ส่วนบุคคลที่มีทั้งสารแมงกานิส สารหนูและไซยาไนด์ มีจำนวน 2 ราย ขณะที่เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี มีสารโลหะหนักในร่างกาย ทั้งแมงกานิสและสารหนูรวม 29 คน สารแมงกานิสและไซด์ยาไนด์รวม 2 คน

หลังจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร จะส่งมอบรายชื่อผลตรวจของรายบุคคล ส่งต่อให้ กระทรวงสาธารณสุข และฝ่ายเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการแก้ไข ทั้งนี้ ระหว่างการประชุม มีกลุ่มชาวบ้านเดินทางไปร่วมรับฟังผลประชุม และเรียกร้องให้ฝ่ายเกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา หลังจากทราบผลว่า ชาวบ้านมีสารโลหะหนักหลายคน

 

 

กลับขึ้นด้านบน