ผบก.พฐก.ชี้ เอกสารใบชันสูตรคดีฆาตกรรมวัยรุ่น สน.คันนายาว ของปลอม เตรียมพิจารณาเอาผิดคนทำ

ผบก.พฐก.ชี้ เอกสารใบชันสูตรคดีฆาตกรรมวัยรุ่น สน.คันนายาว ของปลอม เตรียมพิจารณาเอาผิดคนทำ

ผบก.พฐก.ชี้ เอกสารใบชันสูตรคดีฆาตกรรมวัยรุ่น สน.คันนายาว ของปลอม เตรียมพิจารณาเอาผิดคนทำ

รูปข่าว : ผบก.พฐก.ชี้ เอกสารใบชันสูตรคดีฆาตกรรมวัยรุ่น สน.คันนายาว ของปลอม เตรียมพิจารณาเอาผิดคนทำ

ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง เตรียมพิจารณาเอาผิดผู้ปลอมแปลงเอกสารราชการ ผลรายงานตรวจสอบดีเอ็นเอคดีฆาตรกรรมวัยรุ่นในพื้นที่ สน.คันนายาว ระบุพนักงานสอบสวนต้องออกมาชี้แจงแก่สังคม ส่วนเอกสารส่งตรวจวัตถุพยานของจริงมีต้นขั้ว

วันนี้ (16 มี.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายสุชิน เชื้อแฉ่ง พ่อของชายวัยรุ่นผู้เสียชีวิตคือ นายสุทธิพงษ์ เชื้อแฉ่ง ส่งหนังสือส่งตรวจวัตถุพยานจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ จำนวน 16 รายการ ในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมซึ่งนับเป็นเอกสารหลักฐาน ให้กับกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจสอบความถูกต้อง เนื่องจากสงสัยว่าเอกสารที่ได้รับ ถูกปรับเปลี่ยนแก้ไขจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานบางอย่าง เช่น เสื้อของผู้เสียชีวิต ที่ไม่ได้ส่งมาตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐาน

พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากเอกสารดังกล่าว วัตถุพยานจำนวน 16 รายการ ที่ส่งมาตรวจนั้น บางรายการ เช่น ท่อนไม้ มีจำนวน 3 ชิ้น จึงทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่า จำนวนวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจทั้งหมดมีจำนวน 19 ชิ้น ซึ่งมากกว่า 16 รายการ ตามเอกสารที่ผู้เสียหายได้รับจากพนักงานสอบสวน จึงทำให้สงสัยว่าวัตถุพยานขาดหายไป นอกจากนี้ จากการตรวจสอบกับต้นขั้วของกองพิสูจน์หลักฐาน พบว่าเอกสารที่นายสุชินนำมาร้องเรียนคือเอกสารจริง ตรงกับต้นขั้วที่มีอยู่จริง

“สำหรับหลักฐานบางอย่าง ที่ผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่ากองพิสูจน์หลักฐาน ไม่ได้ตรวจสอบยืนยันหลักฐานทุกชิ้นในที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะเป็นผู้พิจารณาและส่งมาให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งกองพิสูจน์หลักฐานไม่มีอำนาจในการเรียกตรวจสอบวัตถุพยานได้เอง” ผู้บังคับการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง ระบุ

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวอีกว่า ส่วนผลรายงานการตรวจสอบดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เอกสารราชการที่ออกโดยกองพิสูจน์หลักฐาน ส่วนจะมาจากที่ใดนั้นเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนต้องชี้แจงที่มาของเอกสารที่นำไปให้ผู้เสียหาย และกรณีนี ส่งผลให้กองพิสูจน์หลักฐานเสื่อมเสีย ขาดความน่าเชื่อถือ จึงพิจารณาเตรียมดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ที่ปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน

กลับขึ้นด้านบน