ลุงป้าเก็บเห็ดกาฬสินธุ์ร้องกองปราบปราม ถูกจนท.เกี่ยวกับคดีข่มขู่-หวั่นไม่ปลอดภัย

ลุงป้าเก็บเห็ดกาฬสินธุ์ร้องกองปราบปราม ถูกจนท.เกี่ยวกับคดีข่มขู่-หวั่นไม่ปลอดภัย

ลุงป้าเก็บเห็ดกาฬสินธุ์ร้องกองปราบปราม ถูกจนท.เกี่ยวกับคดีข่มขู่-หวั่นไม่ปลอดภัย

รูปข่าว : ลุงป้าเก็บเห็ดกาฬสินธุ์ร้องกองปราบปราม ถูกจนท.เกี่ยวกับคดีข่มขู่-หวั่นไม่ปลอดภัย

ลุงป้าเก็บเห็ดชาวอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ร้องกองปราบฯ คุ้มครอง หลังจากศาลฎีกาให้ไต่สวนคดีเก็บเห็ดแต่ถูกกล่าวหาว่าลักตัดต้นไม้ 27 ไร่ พอได้ประกันมาไต่สวนใหม่ กลับถูกจนท.หน่วยงานที่เคยทำคดีมาแสดงพฤติกรรมข่มขู่

วันนี้ (17 มี.ค.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ นำ นายอุดม ศิริสอน อายุ 53 ปี และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา ชาวกาฬสินธุ์ จำเลยคดีบุกรุกแผ้วถางป่าไม้ ยึดถือ ครอบครอง หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ หลังจากเข้าไปเก็บเห็ดในเขตป่าสงวนแห่งชาติ บ้านหนองกุงไทย หมู่ 6 ต.โนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2553 เข้าพบ ร.ต.อ.มานพ เดื่อมทั้น รองสว. (สอบสวน) กก.3 บก.ป.เพื่อลงบันทึกประจำไว้เป็นหลักฐาน หลังถูกผู้เกี่ยวข้องกับคดีข่มขู่คุกคาม และเข้าติดตามความคืบหน้าคดี ที่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่วันที่ 10 ม.ค.2557 เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ 72 ไร่ ในป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว

นายสงกานต์เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2553 นายอุดม และนางแดง เป็นเพียงชาวบ้านที่เข้าไปเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าดังกล่าว และได้จอดจักรยานยนต์ทิ้งไว้ในพื้นที่ด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ยกรถคันดังกล่าวไปตรวจสอบทะเบียนจนทราบว่า มีนายอุดม เป็นผู้ครอบครอง จึงตั้งข้อกล่าวหาทั้งสอง ว่าบุกรุกและตัดไม้ในพื้นที่ป่าแห่งนี้รวม 72 ไร่ มีตอไม้เป็นหลักฐาน 700 ตอ แจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.ยางตลาด โดยระบุว่า ทั้งสองกระทำความผิดตั้งแต่วันที่ 12-19 ก.ค.2553 รวม 8 วัน คดีนี้มีการส่งฟ้องถึงชั้นศาล จนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งจำคุกจำเลย 30 ปี จำเลยรับสารภาพ ศาลจึงพิจารณาลดโทษลงกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 15 ปี ต่อมาศาลอุทธรณ์ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ก่อนที่จะมีการยื่นฎีกา และมีการขอความช่วยเหลือกับทางเครือข่ายฯ เนื่องจากนายอุดม จำเลยในคดีนี้ เข้าใจว่าถูกจับกุมในกรณีที่เข้าไปเก็บเห็ด ประกอบกับเป็นคนหูตึง อ่านหนังสือไม่ออก จึงจำต้องรับสารภาพในคดีจนถูกศาลพิพากษาลงโทษ

นายสงกานต์กล่าวต่อว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องทุกข์จึงช่วยเหลือด้วยการขอพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว และให้ไต่สวนข้อเท็จจริงใหม่ทั้งหมด จนปรากฎข้อเท็จจริงว่า พบจักรยานยนต์ของจำเลยในป่า เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2553 แต่เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาตั้งแต่วันที่ 12-19 ก.ค. เป็นการตั้งข้อหาล่วงหน้า และจากสถานะของจำเลยก็เป็นไปไม่ได้ที่จะตัดไม้ตามลำพัง 2 คน ในพื้นที่ 72 ไร่ นอกจากนี้ในรายละเอียดต่างๆ ก็ชี้ชัดว่า หลังจากมีการร้องขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงในคดีนี้ จำเลยทั้งสองก็ถูกข่มขู่คุกคามจนต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว

กลับขึ้นด้านบน