วิเคราะห์ปัจจัย "คดีรถเบนซ์ชนฟอร์ด" เสียชีวิต 2 คน

วิเคราะห์ปัจจัย "คดีรถเบนซ์ชนฟอร์ด" เสียชีวิต 2 คน

วิเคราะห์ปัจจัย "คดีรถเบนซ์ชนฟอร์ด" เสียชีวิต 2 คน

รูปข่าว : วิเคราะห์ปัจจัย "คดีรถเบนซ์ชนฟอร์ด" เสียชีวิต 2 คน

ไทยพีบีเอส วิเคราะห์ปัจจัยที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุคดีรถเบนซ์ชนฟอร์ด จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน พบผู้ต้องหาใช้ความเร็วสูงและมียารักษาโรคซึมเศร้าในรถยนต์

วันนี้ (18 มี.ค.2559) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า กล้องวงจรปิดบันทึกภาพรถเบนซ์ ทะเบียน ษง.3333 กรุงเทพมหานคร ขับฝ่าเครื่องกั้นทางด่วนพระราม 4 จากนั้นรถคันนี้ก็ไปพุ่งชนรถยนต์ฟอร์ดบนถนนพหลโยธิน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน เมื่อวันที่ 13 มี.ค. หลังเกิดอุบัติเหตุยังมีหลักฐานการใช้ความเร็วของรถเบนซ์ที่เลขไมล์ค้างที่ 200 กม. ต่อ ชม.

ไทยพีบีเอส ขอให้ตำรวจทางหลวงตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใช้รถบนทางหลวงหมายเลข 1 เส้นพหลโยธินขาออก มุ่งหน้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่นายเจนภพ วีรพร ผู้ต้องหาใช้ เครื่องพีแอลวิดีโอ หรือเครื่องตรวจจับความเร็ว จะใช้เลเซอร์จับสัญญาณของรถ ตามกฎหมายระบุให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม. ต่อ ชม. แต่พบว่ามีผู้ขับขี่ในเส้นทางดังกล่าวใช้ความเร็วมากกว่า 120 กม. ต่อ ชม. ซึ่งเครื่องตรวจจับความเร็วสามารถจับได้ทุก 10 นาที ต่อ 1 คัน

คดีนายเจนภพ ยังมีหลักฐานยารักษาโรคซึมเศร้าในรถ ซึ่งตำรวจจะสอบสวนแพทย์ถึงผลกระทบต่อการขับขี่รถ

พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ หัวหน้าศูนย์วิจัยอุบัติเหตุทางถนน รวบรวมข้อมูลของการเกิดอุบัติเหตุ ได้แก่ 4 ปัจจัย คือ พฤติกรรมของคนขับ สภาพรถยนต์ สภาพถนน และสภาพแวดล้อม เช่น ถนนลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ โดยพบว่าพฤติกรรมของคนขับ เป็นปัจจัยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงการขับรถเร็วมากเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึงปัจจุบันตำรวจทางหลวงนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายขับรถเร็วเกินกำหนดแล้ว ทั้งนี้ ไทยมีผู้เสียชีวิตบนท้องถนนมากเป็นที่ 2 ของโลก รองจากนามิเบีย

 

กลับขึ้นด้านบน