ชงบอร์ดกองสลากขึ้นบัญชีดำ 200 ผู้จองซื้อ ขายต่อรายย่อย-ต้นเหตุขายเกินราคา

ชงบอร์ดกองสลากขึ้นบัญชีดำ 200 ผู้จองซื้อ ขายต่อรายย่อย-ต้นเหตุขายเกินราคา

ชงบอร์ดกองสลากขึ้นบัญชีดำ 200 ผู้จองซื้อ ขายต่อรายย่อย-ต้นเหตุขายเกินราคา

รูปข่าว : ชงบอร์ดกองสลากขึ้นบัญชีดำ 200 ผู้จองซื้อ ขายต่อรายย่อย-ต้นเหตุขายเกินราคา

สำนักงานสลากฯ เสนอบอร์ด ขึ้นบัญชีดำ 200 รายชื่อผู้จองซื้อสลาก แล้วนำขายต่อผู้ค้ารายย่อย ต้นเหตุปัญหาสลากเกินราคา พร้อมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาหวยชุด

วันนี้ (19 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ค้าส่งที่ตลาดสลากออย-เจมส์ ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดใน อ.วังสะพุง จ.เลย โดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ว่า จากการสอบถามผู้ค้าส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับนโยบายการพิมพ์สลากตามความต้องการซื้อและจองล่วงหน้า โดยมีจำนวนสูงสุด 120 ล้านฉบับต่องวด และยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับลดลงเหลือ 100 ล้านฉบับ เพราะความต้องการของผู้ค้ายังมีสูงอยู่ แม้ว่าในบางงวดกำลังซื้อของประชาชนอาจลดลง แต่ก็เป็นการลดลงเพียงชั่วคราวตามเทศกาล เช่น เทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว หรือช่วงเปิดเทอมที่มีความต้องการใช้เงินเยอะ แต่ความต้องการก็จะเพิ่มมากขึ้นในงวดปกติ

 

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ภาพรวมของนโยบายการเพิ่มสลาก ส่งผลโดยตรงให้ราคาขายส่งลดลงเหลือ 72-73 บาท และผู้ค้ารายย่อยมีส่วนต่างมากขึ้น อาจจะมีบางรายที่บริหารสลากไม่ดีพอ จึงจำเป็นต้องลดราคาลงในช่วงท้ายงวด แต่ในภาพรวมก็ยังถือว่าผู้ค้ายังทำกำไรได้

อย่างไรก็ตาม จากสถิติการจองพบว่า ผู้จองซื้อที่ไม่ได้มีอาชีพค้าสลากจริง มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่มีผู้จองซื้อสูงถึงกว่า 1 แสนคน ปัจจุบันเหลือเพียง 90,000 คน และสำนักงานฯ มองว่า จำนวนดังกล่าวจะทยอยลดลงไปเรื่อยๆ

นอกจากนี้ ผู้ค้าส่งบางรายยังคงมีข้อเสนอให้สำนักงานสลากฯ แยกการดูแลราคาของสลากตามประเภท โดยสลากใบเดี่ยวให้จำกัดราคาไว้ที่ 80 บาท ขณะที่สลากชุด อาจจะต้องมีเพดานราคาที่สูงกว่า เพราะมีต้นทุนในการบริการจัดหารชุดที่สูงกว่า เพื่อให้ภาพรวมการค้าสลากยังคงค้าขายต่อไปได้ เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคนิยมที่จะซื้อสลากชุดมากกว่า ซึ่งในกรณีดังกล่าว จะนำไปเสนอให้คณะกรรมการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาล พิจารณาในลำดับต่อไป

 

ด้านพ.ท.หนุน ศันสนาคม ประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้มีรายชื่อผู้ที่ต้องพิสูจน์ ทราบว่าเป็นผู้ที่จองซื้อแล้วไม่ได้ค้าจริง รวมทั้งสิ้น 800 คน พิสูจน์แล้ว 200 คนว่าผิดจริง เตรียมเสนอคณะกรรมการฯ ตัดรายชื่อดังกล่าวออกจากระบบการจองซื้อ และประกาศรายชื่อผ่านเว็บไซต์สำนักงานฯ เพื่อเป็นตัวอย่าง และการตรวจสอบดังกล่าวยังจะดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการจองซื้อแล้วไม่ได้ค้าจริง

ขณะที่ นายสิทธิพร บอนสิทธิ์ เจ้าตลาดค้าส่งเจมส์-ออย เปิดเผยว่า ตั้งแต่รัฐบาลเปิดให้มีการจองซื้อผ่านระบบธนาคาร ภาพรวมการค้าในตลาดค้าส่งลดลง เพราะผู้ค้ารายย่อยสามารถจองซื้อเองได้มากขึ้น เฉลี่ยปริมาณหมุนเวียนสลาก จากเดิมที่อยู่ที่ 1 แสนเล่ม ลดเหลือประมาณ 20,000 เล่ม แต่ก็สนับสนุนนโยบาย และมองว่านโยบายการจองซื้อสามารถอยู่คู่กับผู้ค้าคนกลางได้ เพราะความต้องการซื้อหวยชุดหรือความต้องการซื้อหวยเพิ่มเติมระหว่างงวดยังมีอยู่ ดังนั้นผู้ค้าคนกลางจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ แต่ก็อยากให้รัฐบาลดูแลในส่วนของการค้าสลากชุดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

กลับขึ้นด้านบน