ทหารปิดล้อมภูเขาเขตรอยต่อ 4 อำเภอ จ.นราธิวาส ติดตามผู้ก่อเหตุบุกยึด รพ.เจาะไอร้อง

ทหารปิดล้อมภูเขาเขตรอยต่อ 4 อำเภอ จ.นราธิวาส ติดตามผู้ก่อเหตุบุกยึด รพ.เจาะไอร้อง

ทหารปิดล้อมภูเขาเขตรอยต่อ 4 อำเภอ จ.นราธิวาส ติดตามผู้ก่อเหตุบุกยึด รพ.เจาะไอร้อง

รูปข่าว : ทหารปิดล้อมภูเขาเขตรอยต่อ 4 อำเภอ จ.นราธิวาส ติดตามผู้ก่อเหตุบุกยึด รพ.เจาะไอร้อง

ทหารยังคงปิดล้อมพื้นที่ภูเขาในเขตรอยต่อ 4 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง

วันนี้ (20 มี.ค.2559) ทหารพรานนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เทือกเขาตะเวใน เขตรอยต่อ 4 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ อ.เจาะไอร้อง, อ.ระแงะ, อ.จะแนะ และ อ.สุคิริน อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยหลายจุด เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่า เคยถูกชักชวนเข้าร่วมรับฟังการบิดเบือนประวัติศาสตร์รัฐปัตตานี แต่ได้ปฏิเสธการเข้าร่วมก่อเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบสวนขยายผล ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่่เกิดขึ้นหรือไม่

 

ขณะที่การตรวจสอบปลอกกระสุนปืนกว่า 1,800 ปลอก ซึ่งเก็บได้ภายในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ของเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จ.ยะลา พบว่า ปลอกกระสุนที่ผู้ก่อเหตุใช้ยิงเข้าใส่ฐานทหารพรานนั้น มาจากอาวุธปืนสงครามชนิดต่างๆถึง 8 ชนิด ทั้ง M16 และอาก้า และจากการตรวจสอบความเชื่อมโยงการใช้อาวุธปืนพบว่า เคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.นราธิวาส มาแล้วถึง 25 คดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมาแล้วหลายราย

 

หนึ่งในคดีสำคัญคือเหตุการณ์บุกยิงนายบุญเลิศ จินดาธนะนันท์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลร่มไทร เสียชีวิต ภายในที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลร่มไทร อ.สุคิริน เมื่อเดือนธ.8.ปีที่ผ่านมา (2558)

ส่วนที่ จ.ปัตตานี นายสนนึก พรหมเขียว นายอำเภอเมือง เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อระดมความคิดเห็นในการรักษาความปลอดภัย พื้นที่ตัวเมืองปัตตานี หลังได้รับรายงานฝ่ายตรงข้ามได้นำรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ประกอบระเบิดแล้ว เตรียมเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ซึ่งฝ่ายความมั่นคงได้ปรับแผน โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเสริม ดูแลความปลอดภัยร่วมกับทหาร โดยให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มและเน้นการตรวจเส้นทางในหมู่บ้าน เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุมักใช้ถนนในหมู่บ้านเป็นเส้นทางเข้ามาก่อเหตุในตัวเมือง

 

กลับขึ้นด้านบน