กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์ยอมรับอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์

กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์ยอมรับอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์

กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์ยอมรับอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์

รูปข่าว : กลุ่มไอเอสออกแถลงการณ์ยอมรับอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีกรุงบรัสเซลส์

8 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุระเบิดที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก กลุ่มไอเอสได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีครั้งนี้

เวลาประมาณ 22.30 น.ตามเวลาในประเทศไทย สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่ากลุ่มไอเอสได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว Amaq ของกลุ่มระบุว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีในกรุงบรัสเซลส์

ในแถลงการณ์ของกลุ่มไอเอส นอกจากจะยอมรับว่าอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่บรัสเซลส์แล้ว ยังขู่ว่าจะโจมตีประเทศที่เป็นปฏิปักษ์กับไอเอสด้วย

เหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นเบลเยียม หรือ 14.00 น. ตามเวลาในประเทศไทยวันนี้ (22 มี.ค.2559) จุดแรกเกิดขึ้นที่สนามบินซาเวนเทม ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นเหตุระเบิดฆ่าตัวตายใกล้กับเคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ จุดที่สองเกิดขึ้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมาที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีค

สื่อต่างประเทศรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บล่าสุดว่า ที่สนามบินซาเวนเทมมีผู้เสียชีวิต 11 คน บาดเจ็บ 81 คน ขณะที่นายกเทศมนตรีบรัสเซลส์รายงานว่าเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินมัลบีคมีผู้เสียชีวิต 20 คน บาดเจ็บ 106 คน

ระเบิดบรัสเซลส์สะเทือนยุโรป นายกฯ ฝรั่งเศสลั่น "นี่คือสงคราม"

เหตุระเบิดที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความหวาดผวาไปทั่วยุโรปซึ่งกำลังหวั่นว่าตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มก่อการร้าย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 30 คน บาดเจ็บจำนวนมาก

หลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุรุนแรงที่บรัสเซลส์มีความเชื่อมโยงกับเหตุก่อการร้ายที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย.2558 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 130 คน เนื่องจากเหตุระเบิดที่บรัสเซลส์นี้เกิดขึ้นเพียง 4 วันหลังจากที่ทางการเบลเยียมควบคุมตัวนายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในเหตุก่อการร้ายกรุงปารีสเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2559 ที่ย่านโมเลนบีคในกรุงบรัสเซลส์

ความเชื่อมโยงนี้ทำให้ผู้นำฝรั่งเศสและชาวฝรั่งเศสออกมาแสดงความรู้สึกร่วมกับชาวเบลเยียมที่ต้องเผชิญเหตุก่อการร้ายนี้มากเป็นพิเศษ

ประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ ระบุว่าการโจมตีกรุงบรัสเซลส์ในวันนี้แสดงให้เห็นว่ายุโรปกำลังตกเป็นเป้าหมาย และเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทุกประเทศทั่วโลก

"ปลายปีที่แล้วปารีสตกเป็นเป้าของการโจมตี ต่อจากนั้นก็เกิดเหตุโจมตีในประเทศอื่นๆ อีกตามมาเป็นระลอก เรากำลังเจอภัยคุกคามระดับโลกที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศในการรับมือกับภัยคุกคามนี้" นายออลลองด์กล่าวพร้อมกับยืนยันว่าจะสนับสนุนเบลเยียมในทุกทางที่ทำได้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ครั้งนี้

ทางด้านนายมานูเอล วาลล์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสกล่าวว่า "เรากำลังอยู่ในภาวะสงคราม เราคาดการณ์มาหลายเดือนแล้วว่าจะเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น"

ด้านนายแบร์นาร์ กาเซอเนิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส ประกาศคำสั่งให้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเพิ่มอีก 1,600 นาย ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยตามสนามบิน สถานีรถไฟ และสถานีรถไฟใต้ดินหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้จัดการประชุมฉุกเฉินหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเบลเยียม

นายชาร์ลส์ มิเชล นายกรัฐมนตรีเบลเยียมกล่าวว่า "สิ่งที่เรากลัวได้เกิดขึ้นแล้ว" พร้อมกับระบุว่าทางการเบลเยียมกังวลว่าจะเกิดการโจมตีซ้ำอีกหลายครั้ง

ส่วนทางการเยอรมนี เนเธอร์แลนด์และอังกฤษ สั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยผู้โดยสารภายในสนามบินต่างๆ อย่างเข้มงวด ขณะที่นายเดวิด แคเมอรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ "โคบรา" เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

บารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประณามเหตุก่อการร้ายในบรัสเซลส์และกล่าวว่า ชาวอเมริกันขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังชาวเบลเยียม

"เราจะยืนหยัดอยู่ข้างเบลเยียมในการประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงต่อผู้บริสุทธิ์ เราจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือเบลเยียมซึ่งเป็นมิตรประเทศของเราในการนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษ เราจะต้องชนะพวกที่ทำลายความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาคมโลก” นายโอบามาระบุ

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงบรัสเซลส์เตือนชาวอเมริกันให้อยู่ภายในที่พักและหลีกเลี่ยงการใช้บริการระบบขนส่งมวลชนรวมทั้งติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ทางการสหรัฐอเมริกาได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยในสนามบินและสถานีรถไฟต่างๆ ในนครนิวยอร์กอย่างเข้มงวด

กลับขึ้นด้านบน