ตร.เบลเยียมไล่ล่า "ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3" เหตุระเบิดบรัสเซลส์

ตร.เบลเยียมไล่ล่า "ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3" เหตุระเบิดบรัสเซลส์

ตร.เบลเยียมไล่ล่า "ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3" เหตุระเบิดบรัสเซลส์

รูปข่าว : ตร.เบลเยียมไล่ล่า "ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3" เหตุระเบิดบรัสเซลส์

การสอบสวนเหตุระเบิดที่สนามบินและสถานีรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมวานนี้ (22 มี.ค.2559) เบื้องต้นพบว่ามีผู้ต้องสงสัย 3 คน โดย 2 คนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายนั้นเป็นพี่น้องกัน ขณะที่ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 อยู่ระหว่างการหลบหนี

วันนี้ (23 มี.ค.) นายเฟรเดอริก วาน เลอว์ อัยการเบลเยียมแถลงความคืบหน้าการสอบสวนเหตุระเบิดที่สนามบินซาเวนเทมและสถานีรถไฟใต้ดินมาลเบคซึ่งเกิดขึ้นช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุได้ทั้งหมด 3 คน คือ นายคาลิด และนายบราฮิม เอล-บาคราอุย ซึ่งเป็นพี่น้องกัน และอีกคนหนึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุชื่อ

ประมาณ 8 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุ กลุ่มไอเอสได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าว Amaq ของกลุ่มว่า ไอเอสอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีในกรุงบรัสเซลส์ พร้อมกับเตือนว่าจะก่อเหตุในประเทศที่เป็นปรปักษ์กับไอเอสอีก

ก่อนหน้านี้ ทางการเบลเยียมได้เผยแพร่ภาพชายคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่สนามบินซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี สื่อท้องถิ่นรายงานว่าผู้ต้องสงสัยคนนี้ชื่อนายนาจิม ลาคราอุย ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีกรุงปารีส และรู้จักกับนายซาลาห์ อับเดสลาม ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจมตีกรุงปารีสที่เพิ่งถูกเจ้าหน้าที่เบลเยียมจับกุมเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2559 แต่ทางการเบลเยียมยังไม่ยืนยันในเรื่องนี้

อัยการเบลเยียมระบุว่าสองพี่น้องเอล-บราคาอุยเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตาย การตรวจสอบดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุพบว่านายบราฮิมเป็นผู้ปลดชนวนระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินซาเวนเทม ส่วนนายคาลิดเป็นผู้ก่อเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีรถใต้ดินมาลเบค ขณะที่ผู้ต้องสงสัยคนที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนี เป็นผู้ที่นำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่บรรจุระเบิดมาไว้ที่สนามบิน แต่ระเบิดไม่ทำงาน

นายเฟรเดอริกระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายครั้งนี้ 31 คน และบาดเจ็บ 261 คน เป็นผู้เสียชีวิตที่สนามบิน 11 คน และที่สถานีรถใต้ดินมาลเบค 20 คน

ตลอดทั้งวันนี้ ทหารและตำรวจเบลเยียมยังคงปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทั่วกรุงบรัสเซลส์ ตามคำสั่งเฝ้าระวังการก่อการร้ายขั้นสูงสุดของรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าดูแลพื้นที่สำคัญๆ หลายแห่งทั้งสนามบิน รถไฟใต้ดินและอาคารสำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป พร้อมทั้งตรวจค้นรถยนต์และกระเป๋าสัมภาระของประชาชนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการก่อเหตุโจมตีซ้ำ

สนามบินซาเวนเทมของเบลเยียมที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิดแจ้งปิดดำเนินการพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) เป็นวันที่สาม เที่ยวบินทุกเที่ยวบินถูกยกเลิก เจ้าหน้าที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะกลับมาเปิดบริการได้เมื่อใด เนื่องจากขณะนี้หน่วยพิสูจน์หลักฐานยังคงตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สนามบินจึงยังเข้าไปประเมินความเสียหายไม่ได้

ประชาชนในกรุงบรัสเซลส์แสดงความหวาดวิตกต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น แม้ว่าระบบรถไฟใต้ดินในกรุงบรัสเซลส์จะกลับมาเปิดให้บริการในบางสถานีแล้วก็ตาม

การก่อการร้ายที่กรุงบรัสเซลส์เกิดขึ้นเพียง 4 เดือนหลังจากเหตุก่อการร้ายที่กรุงปารีสของฝรั่งเศสเมื่อ 13 พ.ย.2558 ทำให้นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสเสนอว่าสมาชิกสหภาพยุโรปต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเข้าออกประเทศ

ด้านนายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสให้สัมภาษณ์ว่า สหภาพยุโรปมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มบริเวณพรมแดนเพื่อป้องกันการลักลอบเข้าประเทศในสหภาพยุโรปอย่างผิดกฎหมาย หลังจากที่กลุ่มก่อการร้ายโจมตีกรุงปารีสเคยใช้ช่องทางดังกล่าวในการเข้ามาก่อเหตุ

นอกจากนี้ยังประเมินว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายที่โจมตีกรุงปารีส มีศักยภาพและเครือข่ายที่ใหญ่กว่าที่ประเมินเอาไว้ รวมทั้งยังสามารถก่อเหตุร้ายได้ทั้งในกรุงปารีสและกรุงบรัสเซลส์

กลับขึ้นด้านบน