อดีตประธาน คมช.ห่วงประชามติสร้างความแตกแยก-อดีต ส.ส.เพื่อไทย เสนอแก้บางมาตรา

อดีตประธาน คมช.ห่วงประชามติสร้างความแตกแยก-อดีต ส.ส.เพื่อไทย เสนอแก้บางมาตรา

อดีตประธาน คมช.ห่วงประชามติสร้างความแตกแยก-อดีต ส.ส.เพื่อไทย เสนอแก้บางมาตรา

รูปข่าว : อดีตประธาน คมช.ห่วงประชามติสร้างความแตกแยก-อดีต ส.ส.เพื่อไทย เสนอแก้บางมาตรา

อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นห่วงการทำประชามติว่าจะทำให้เกิดวิกฤตความแตกแยกทางความคิด หากประชาชนขาดความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอแก้ไขบางมาตราของร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ

วันนี้ (26 มี.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้เข้าร่วมเวที "ถกแถลงปัญหาประชามติ" แลกเปลี่ยนความเห็นปัญหาการออกเสียงประชามติ โดยเฉพาะข้อบัญญัติในมาตรา 62 ของร่างพระราชบัญญัติออกเสียงประชามติ ว่าด้วยการควบคุมและบทลงโทษกรณีบิดเบือนปลุกระดม และการระบุทางออกที่ชัดเจน หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ตลอดจนข้อเสนอการทำประชามติอย่างมีคุณภาพ

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช.เปิดเผยว่า การจัดทำประชามติอาจนำไปสู่วิกฤตความแตกแยกทางความคิดระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เนื่องจาก คสช.ยังไม่สามารถสลายขั้วทางความคิดได้

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ตัดความในมาตรา 62 ของร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ เพราะอาจจะมีปัญหาตีความเกี่ยวกับการกระทำที่คาบเกี่ยวกับการปลุกระดม ข่มขู่ โดยเห็นว่ารัฐบาล และ คสช.ควรระบุแนวทางที่ชัดเจน หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ แต่ คสช.ต้องไม่ใช้กลไกอำนาจรัฐดำเนินใดๆ ผ่านกระบวนการทำประชามติ

นายนิกร จำนง สมาชิก สปท.และอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การเปิดพื้นที่แสดงความเห็นการทำประชามติมีความสำคัญ เพราะหากกระบวนการทำประชามติมีปัญหา หรือปิดกั้นเกินไป อาจเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งในอนาคต

กลับขึ้นด้านบน