พยาบาลวิชาชีพขาดแคลน เหตุงานหนัก-เงินน้อย

พยาบาลวิชาชีพขาดแคลน เหตุงานหนัก-เงินน้อย

พยาบาลวิชาชีพขาดแคลน เหตุงานหนัก-เงินน้อย

รูปข่าว : พยาบาลวิชาชีพขาดแคลน เหตุงานหนัก-เงินน้อย

ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพ ส่งผลให้พยาบาลในระบบต้องแบกภาระงานที่หนักขึ้น อีกทั้งพยาบาลจบใหม่กลับไม่มีตำแหน่งข้าราชการรองรับ ทำให้พยาบาลหลายคนตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพหรือย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น

ตัวเลขจากสภาการพยาบาลที่เผยให้เห็นว่าในประเทศไทยมีพยาบาลวิชาชีพทั้งหมด 191,059 คน ในจำนวนนี้จะอยู่ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 75 โรงพยาบาลเอกชน ร้อยละ 16 โรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัย ร้อยละ 8 และหน่วยงานของรัฐอื่นๆ ร้อยละ 2 ซึ่งหากคิดค่าเฉลี่ยพยาบาลไทย 1 คนจะต้องดูแลผู้ป่วยมากถึง 462 คน จึงทำให้เกิดภาระงานที่หนักขึ้น ทำให้บางคนตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ ขณะที่บางคนย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน

หลายครั้ง น.ส.ภัสธาภรณ์ ดอมไธสง พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ต้องทำงาน 16 ชั่วโมงเต็ม เป็นเวลา 6 วันต่อสัปดาห์ ตลอดการทำงานที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาประมาณ 3 ปี ซึ่ง น.ส.ภัสธาภรณ์ แทบไม่เคยได้ทำงาน 8 ชั่วโมงตามมาตรฐาน และบางครั้งที่เธอป่วยก็ไม่สามารถสับเปลี่ยนเวรได้ ในขณะที่เธอไม่มีตำแหน่งข้าราชการรองรับ ทำให้เธอตัดสินใจลาออกไปอยู่โรงพยาบาลเอกชนสิ้นเดือนพฤษภาคม 2559

ส่วน น.ส.วรางคณา คำยิ่ง พยาบาลชำนาญการ ที่แม้จะได้บรรจุเป็นข้าราชการมาแล้วกว่า 15 ปี แต่หากมองอนาคตใน 10 ปีข้างหน้า ถ้าตำแหน่งงานและฐานเงินเดินยังคงย้ำอยู่กับที่ แต่ภาระงานกลับเพิ่มขึ้น เธอก็มีแนวคิดที่จะลาออก

"จากไม่เคยคิดที่จะลาออกเลย แต่พอถึงเวลาเหมือนพี่พยาบาลหลายๆคนเขาต้องการที่จะลาออก เพราะว่าตำแหน่งไม่เลื่อนไหล ไม่สามารถต่อไปได้ เหมือนกับว่าเราทำงานไป แต่เงินเดือนยังอยู่เท่าเดิม ตรงนี้บางคนคิดว่าเราก็ทำงาน เราเต็มที่กับงาน แต่ตำแหน่งเราไม่เลื่อนไหล เราจะอยู่ยังไงและเราจะยังอยู่ไหม" น.ส.วรางคณา กล่าว

การตัดสินใจของ น.ส.ภัสธาภรณ์ กับ น.ส.วรางคณา สอดคล้องกับผลการศึกษาของสภาการพยาบาลที่พบว่าช่วงปี 2548 พยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีอายุงานเฉลี่ย 22 ปี แต่ปัจจุบันอายุงานเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 19 ปีและในจำนวนพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 109,700 คน มีตำแหน่งข้าราชการเพียง 80,000 คน

ขณะที่ ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาลคนที่ 2 ระบุถึงสาเหตุหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนงานออกจากอาชีพพยาบาลอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ประเทศพัฒนาขึ้น คนมีโอกาสมากขึ้น และสภาพการจ้างงานพยาบาล โดยเฉพาะการจ้างงานในภาครัฐที่ไม่มีตำแหน่งข้าราชการบรรจุ จึงไม่สามารถให้ค่าตอบแทนที่สูงได้ ทำให้เป็นแรงผลักออกจากการทำงานในภาครัฐ

การเร่งบรรจุตำแหน่งข้าราชการให้พยาบาลรุ่นใหม่ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอย่างน้อย 10,000 คนและเพิ่มอัตราตำแหน่ง เป็นสิ่งที่สภาการพยาบาลเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดพยาบาลไม่ให้ย้ายงานหรือเปลี่ยนอาชีพและจะทำให้พยาบาล 1 คนดูแลผู้ป่วยประมาณ 300 คนตามมาตรฐานสากล จากเดิมที่พยาบาลไทย 1 คนต้องดูแลผู้ป่วย 462 คน

กลับขึ้นด้านบน