อสส.แจงคดีทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจขาดอายุความตั้งแต่ปี 56 -ไม่มาพบอัยการตามนัด

อสส.แจงคดีทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจขาดอายุความตั้งแต่ปี 56 -ไม่มาพบอัยการตามนัด

อสส.แจงคดีทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจขาดอายุความตั้งแต่ปี 56 -ไม่มาพบอัยการตามนัด

รูปข่าว : อสส.แจงคดีทายาทกระทิงแดงขับรถชนตำรวจขาดอายุความตั้งแต่ปี 56 -ไม่มาพบอัยการตามนัด

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดชี้เเจงคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ขาดอายุความตั้งแต่ปี 2556 ขณะที่ตำรวจนครบาลยืนยันว่า กฎหมายมีไว้สำหรับคุ้มครองคนดี หากคนจนหรือคนรวยทำผิด ต้องถูกดำเนินคดีเท่ากัน

ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษาสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทธุรกิจเครื่องดื่มกำลัง ผู้ต้องหาขับรถเฟอร์รารี พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิต คดีขาดอายุความเพราะไม่ได้เดินทางมาพบอัยการตามนัด

อัยการเห็นว่ามีพฤติการณ์ประวิงคดี จึงแจ้งพนักงานสอบสวน ขอศาลออกหมายจับแต่ นายวรยุทธ ร้องขอความเป็นธรรมซึ่งพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้ออกหมายจับตามที่อัยการแจ้ง

ส่วนข้อหาเมาแล้วขับอัยการสั่งไม่ฟ้องตามพนักงานสอบสวน เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันซึ่งมีการตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ เวลา 16.00 น. พบว่า นายวรยุทธ มีแอลกอฮอล์ 64.48 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่เป็นการตรวจหลังจากเกิดเหตุและนายวรยุทธอ้างว่าดื่มสุราหลังเกิดเหตุแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ระบุว่าตามหลักวิชาการ หากเมาสุราในขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.00 น. ระดับแอลกอฮอล์จะสูงถึง 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้หมดสติ

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ตามกฎหมายเมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นให้ตำรวจผู้รับผิดชอบส่งสำนวนให้อัยการทำให้อำนาจการสอบสวนหมดลง ตำรวจส่งฟ้องไปอัยการเห็นชอบด้วยก็สั่งฟ้อง หากสำนวนยังบกพร่องอัยการมีสิทธิ์สั่งให้สอบปากคำเพิ่มหรือเรียกพยานมาซักถาม แต่เวลานี้มีการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ไม่อยากก้าวล่วง การค้าสำนวนเป็นไปไม่ได้ หากตำรวจทำงานฝ่ายเดียวต้องร่วมมือกันทั้ง 2 ส่วน การตรวจสอบตำรวจที่ทำคดีถ้าจับได้ไล่ทันจะมีความผิดทางวินัยและอาญา ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมต่อตำรวจทุกนาย ย้ำกฎหมายต้องมีไว้สำหรับคุ้มครองคนดี คนจนหรือคนรวยทำผิด ต้องถูกดำเนินคดีเท่ากัน

 

กลับขึ้นด้านบน